
ลดภาษีสินค้าแบรนด์ดัง
สัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวสำคัญที่ได้รับความสนใจที่สุดคือการที่ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาเปิดเผย
สัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวสำคัญที่ได้รับความสนใจที่สุดคือการที่ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาแนวทางที่จะลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยที่ปัจจุบันจัดเก็บในอัตราเฉลี่ย 30% ลงมาเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวไทยจับจ่ายใช้สอยให้มากขึ้น
ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ในช่วง 12 เดือนนี้ กระทรวงการคลังจะสรุปการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย อาทิ น้ำหอม เครื่องสำอาง เสื้อผ้าแบรนด์เนม รองเท้า และกระเป๋า จากปัจจุบันจัดเก็บภาษีที่ 30% ลงให้เหลือใกล้เคียงกับสิงคโปร์ ฮ่องกง ที่เก็บภาษี 0% โดยจะเร่งผลักดันการลดภาษีดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ในช่วงปลายปีนี้
“มาตรการดังกล่าวจะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าดังกล่าวในประเทศไทยได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องซื้อที่ร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตีฟรี) และเพิ่มจำนวนการพักในการท่องเที่ยวต่อครั้งมากขึ้น ทำให้เกิดมูลค่าการใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทดแทนรายได้ภาษีที่ลดลงไป และสามารถดึงให้คนไทยที่ออกไปใช้จ่ายต่างประเทศกลับมาซื้อสินค้าในไทยมากขึ้นด้วย” นายอารีพงศ์ กล่าว
เศรษฐกิจโงหัวไม่ขึ้น
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจและแนวโน้มปี 2556 ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ โดยพบว่าเครื่องชี้วัดที่สำคัญทางเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ค. ยังแสดงถึงภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัว โดยเฉพาะดัชนีการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
เครื่องชี้วัดที่สำคัญๆ ทั้งด้านการใช้จ่ายและการผลิตยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ส่วนภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวสูงต่อเนื่อง เสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 การว่างงานก็ยังต่ำ
สศช.ยังคงการคาดการณ์เศรษฐกิจในปี 2556 ว่าจะขยายตัวในช่วง 3.84.3% อัตราเงินเฟ้อทั้งปีอยู่ที่ 2.32.8% และดุลบัญชีเกินดุล 0.3% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือน ก.ค. ยังชะลอตัวต่อเนื่องตามดัชนีการบริโภคภาคเอกชนที่หดตัว 0.7% เทียบกับเดือน มิ.ย. ที่ขยายตัว 0.4% การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มลดลง 1.7% ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งเดือน ก.ค. ลดลง 22.1% เทียบกับไตรมาสแรกที่ขยายตัว 121.8% และไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 5.2%
ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยดัชนีลงทุนภาคเอกชนเดือน ก.ค. หดตัว 5.4% เทียบกับไตรมาส 2 ที่หดตัว 2.8% เฉพาะการ นำเข้าสินค้าทุนลดลงต่อเนื่องใน 2 ไตรมาสแรก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการลดลงของแรงขับเคลื่อนการลงทุนในหมวดเครื่องจักร เช่นเดียวกับหมวดก่อสร้างที่ชะลอตัว
ด้านการส่งออกเริ่มหดตัวช้าลง โดยเดือน ก.ค. การส่งออกมีมูลค่า 1.88 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวลดลง 1.3% แต่เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย. ที่มีการส่งออกหดตัว 3.5% สินค้าที่มูลค่าส่งออกลดลง เช่น ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์โลหะ ยางพารา แต่รวมแล้ว 7 เดือน การส่งออกในรูปเงินเหรียญสหรัฐขยายตัวแล้ว 0.8%
หมดเงินอุ้มข้าว
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ ธ.ก.ส.ใช้เงินในการรับจำนำข้าวไปแล้ว 6.7 แสนล้านบาท เกินกว่ากรอบที่ ครม.กำหนดไว้ว่าให้ใช้เงินหมุนเวียนไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน 4.1 แสนล้านบาท และเงินจากสภาพคล่องของธนาคาร 9 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวไม่ได้ ทำให้ต้องใช้เงินสำรองของ ธ.ก.ส.จ่ายออกไปอีก 1.7 แสนล้านบาท ดังนั้นรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังจะต้องเร่งหาเงินมาใช้คืนเพื่อไม่ให้เกิน 5 แสนล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้
นายทนุศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในงบประมาณปี 2557 มีการตั้งงบประมาณมาใช้เงินสำรองที่ ธ.ก.ส.จ่ายให้ไปก่อนจำนวน 8 หมื่นล้านบาท ทำให้เหลือเงินสำรองจ่ายอีก 89 หมื่นล้านบาท ที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องเร่งระบายข้าวเพื่อหาเงินมาใช้ หากทำไม่ได้กระทรวงการคลังก็ต้องหาเงินมาใช้ให้ครบ
รมช.คลัง กล่าวว่า หลังจากนี้ ธ.ก.ส.จะไม่จ่ายเงินสำรองออกไปจนเกินกรอบวงเงินที่กำหนดไว้ 5 แสนล้านบาท อีกต่อไป







