
ต่างชาติชี้โกงถ่วงลงทุน
บีโอไอเผยนักลงทุนต่างชาติยังไม่ย้ายฐาน แต่ห่วงโกง-การเมือง-นโยบายเกษตร
บีโอไอเผยนักลงทุนต่างชาติยังไม่ย้ายฐาน แต่ห่วงโกง-การเมือง-นโยบายเกษตร
นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย ว่า จากการสำรวจความเห็นนักลงทุนต่างชาติ 500 บริษัท ระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. พบว่า นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันคอร์รัปชั่นและปรับปรุงระบบภาษีศุลกากรเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ไม่มีความเชื่อมั่นในเสถียรภาพและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล เพราะไม่ต่อเนื่องและยากต่อการวางแผนธุรกิจในระยะยาว แต่ยังไม่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุน
“นักลงทุนประมาณ 63%มีแผนรักษาระดับการลงทุนในไทย อีก 34% มีแผนที่จะขยายการลงทุนในปี 2556/2557”นายโชคดี กล่าว
ด้านนายศรุต วิทยารุ่งเรืองศรี ผู้จัดการ บริษัท ไบรอัน เคฟ (ประเทศไทย) ผู้ทำการวิจัย กล่าวว่า เมื่อสอบถามถึงมาตรการค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน นักลงทุนส่วนหนึ่งแสดงความกังวลว่าแรงงานกลุ่มทักษะต่ำของไทยจะหายากขึ้น ขณะที่แรงงานมีฝีมือก็เลือกงานมากขึ้นและต้องการค่าจ้างที่สูงขึ้น
สำหรับปัญหาน้ำท่วมและภัยธรรมชาติอื่นๆ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่มีความเชื่อมั่นในมาตรการ บริหารจัดการของภาครัฐ โดยส่วนใหญ่วางแผนป้องกันเอง
นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาพรวมนักลงทุนยังมองไทยเป็นแหล่งลงทุนในอันดับ 1 โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่น แต่ยังมีปัจจัยลบที่นักลงทุนเป็นห่วงคือ 1.การขาดแคลนแรงงานกลุ่มทักษะต่ำ 2.การที่ ภาครัฐใช้เงินอุดหนุนราคาในพืชเกษตรมากไปจนเป็นภาระภาครัฐ
นายเซยา ซูกิกาวา รองประธานฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นห่วงนโยบายการอุดหนุนราคาพืชเกษตรของไทย โดยเฉพาะข้าวที่จะต้องใช้เงินจำนวนมาก และมองว่าด้านการลงทุนไทยยังมีปัญหาเรื่องอัตราภาษีหรือการแก้พิกัดศุลกากรแต่ยังสนใจลงทุนในไทย







