
สังคมกองทุนรวม
สังคมกองทุนรวม ประจำวันศุกร์ที่ 13 ก.ย. 2556 ....
สังคมกองทุนรวม ประจำวันศุกร์ที่ 13 ก.ย. 2556 ....
อยู่ๆ ตลาดหุ้นไทยก็ได้อานิสงส์เม็ดเงินลงทุนต่างประเทศขยับเข้ามาลงทุนในภูมิภาค ทำให้เห็นแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติในเดือนนี้ ผ่านไปร่วม 2 สัปดาห์ แรงซื้อเป็นบวกราว 1 หมื่นล้านบาท ดันดัชนีกลับมาทรงตัวแถว 1,400 จุด กันได้อีกรอบ ....
ทั้งที่ปัจจัยแห่งความผันผวนไม่แน่นอนต่างๆ ยังคงอยู่อย่างเดิม ....
ยิ่งสัปดาห์หน้าต้องจับตาเรื่องการประชุม FOMC จะมีแนวทางกันอย่างไร ....
ส่วนสถานการณ์ในซีเรีย รัฐบาลโอบามาก็ยังทำงานอย่างแข็งขันในการที่จะหาเสียงสนับสนุนการโจมตีซีเรีย ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องจับตา ....
อ้อ นอกจากนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อหุ้นในเดือนนี้ นักลงทุนสถาบันรวมทั้งโบรกเกอร์ก็เป็นผู้ซื้อสุทธิด้วย โดยเฉพาะสถาบันในประเทศนั้นเป็นผู้ซื้อสุทธิมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว และหลาย บลจ.ก็ยังมีกองทริกเกอร์ที่ค้างๆ อยู่ รอทยอยปิดในช่วงหุ้นขึ้นปลายปี หากสามารถทำได้ ....
แต่ตอนนี้ใครได้เห็นตัวเลข NAV กองทุนรวม LTF และ RMF ที่ลงทุนในหุ้นตั้งแต่ต้นปีมานั้น เป็นเวลา 8 เดือน เห็นแล้วคงใจหาย กอง LTF ที่ทำผลดำเนินงานต่ำสุด ติดลบไป 12% ขณะที่มีกองที่เป็นบวกทำได้ถึง 6% ตัวเลขต่างกันไกลลิบ ....
และหากดูตัวเลขย้อนหลัง 3 เดือน และ 6 เดือน ยิ่งแย่กันสุดๆ กองหุ้นบางกอง NAV หายไปกว่า 20% ....
ก็ได้แต่หวังในใจว่า ในช่วงที่เหลือของปี ผู้จัดการกองทุนจะรู้ตัวและเร่งทำผลงานให้ตีตื้นขึ้นมาได้ ....
แม้หลักการลงทุนในกองทุนรวมควรเป็นการลงทุนระยะยาว มากกว่า 1 ปีขึ้นไป แต่เห็นตัวเลขแล้ว ก็ใจหายน่ะ ....
สำหรับกองทุนออกใหม่ช่วงนี้ เป็นกองตราสารหนี้ที่ออกกันตามปกติ บลจ.ธนชาต ออกกองตราสารหนี้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อายุ 6 เดือน ขาย IPO ถึงวันที่ 16 ก.ย. ให้ผลตอบแทนประมาณ 2.85% ต่อปี ....
บลจ.กรุงศรี ออกกองตราสารหนี้ อายุ 6 เดือนเช่นกัน แต่คาดหมายผลตอบแทนได้ 2.90% ต่อปี ขาย IPO ถึงวันที่ 16 ก.ย. ....
ส่วนกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.กรุงไทย อายุ 6 เดือน แต่ทำผลตอบแทนได้สูงหน่อย 3.05% ต่อปี ขาย IPO ถึงวันที่ 17 ก.ย. ....
บลจ.กสิกรไทย ก็มีกองตราสารหนี้ต่างประเทศ อายุ 3 เดือน ผลตอบแทน 2.80% ต่อปี ส่วนอายุ 6 เดือน ผลตอบแทน 3% ต่อปี ขาย IPO ถึงวันที่ 16 ก.ย. ส่วนกองตราสารนี้ในประเทศอายุ 3 เดือน ให้ผลตอบแทน 2.40% ต่อปี ....
สัญญาณบวกจากจีนทำให้บรรยากาศลงทุนสดใส กองทริกเกอร์จีน 2 กองก็ปิดได้ไล่ๆ กัน ทั้งของ บลจ.ทิสโก้ และ บลจ.กสิกรไทย ที่อาจจะมีกอง 2 ตามมาให้ลงทุนอีก ....
สถานการณ์การลงทุนช่วงนี้ ทิศทางอะไรๆ ก็ยังไม่แจ่มชัด ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาค เช่น ที่อินโดนีเซีย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติ ....







