posttoday
เก็บภาษีคนโสดข่าวขำที่ไม่ขำ

เก็บภาษีคนโสดข่าวขำที่ไม่ขำ

12 กันยายน 2556

ได้ข่าวทาง Facebook ว่า มีอาจารย์เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเสนอแนวคิดให้ประเทศไทยแก้ไขปัญหาอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำ และแนวโน้มขาดแคลนแรงงานในอนาคต ด้วยการออกนโยบายสนับสนุนให้คนไทยมีลูกเพิ่มขึ้น เช่น โครงการลูกคนแรก โดยรัฐช่วยสนับสนุนค่าเลี้ยงดู ลดภาษีสำหรับครอบครัวที่มีลูกคนที่ 2 และ 3 และให้เรียกเก็บภาษีคนโสด คนไม่มีลูก เพื่อลดภาระงบประมาณในการจัดสรรสวัสดิการในอนาคต ประเด็นนี้ถูกคนในสังคมออนไลน์มองว่า เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยใช้ภาษีเป็นเครื่องมือ ซึ่งจริงๆ แล้วผมไม่เห็นด้วยเลยที่หลายคนในสื่อออนไลน์กระหน่ำความเห็นดังกล่าวเพียงเพราะแนวคิดเรื่องการเก็บภาษีคนโสด เพราะนั่นเป็นเพียงแนวคิดเดียวที่อาจารย์ท่านเสนอ แต่สิ่งที่อยากให้เรามองกัน ก็คือ มูลเหตุของการเสนอแนวคิด คือ โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป คนสูงอายุมีมากขึ้น คนในวัยทำงานลดลง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่น่ากังวลจริงๆ

ได้ข่าวทาง Facebook ว่า มีอาจารย์เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเสนอแนวคิดให้ประเทศไทยแก้ไขปัญหาอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำ และแนวโน้มขาดแคลนแรงงานในอนาคต ด้วยการออกนโยบายสนับสนุนให้คนไทยมีลูกเพิ่มขึ้น เช่น โครงการลูกคนแรก โดยรัฐช่วยสนับสนุนค่าเลี้ยงดู ลดภาษีสำหรับครอบครัวที่มีลูกคนที่ 2 และ 3 และให้เรียกเก็บภาษีคนโสด คนไม่มีลูก เพื่อลดภาระงบประมาณในการจัดสรรสวัสดิการในอนาคต ประเด็นนี้ถูกคนในสังคมออนไลน์มองว่า เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยใช้ภาษีเป็นเครื่องมือ ซึ่งจริงๆ แล้วผมไม่เห็นด้วยเลยที่หลายคนในสื่อออนไลน์กระหน่ำความเห็นดังกล่าวเพียงเพราะแนวคิดเรื่องการเก็บภาษีคนโสด เพราะนั่นเป็นเพียงแนวคิดเดียวที่อาจารย์ท่านเสนอ แต่สิ่งที่อยากให้เรามองกัน ก็คือ มูลเหตุของการเสนอแนวคิด คือ โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป คนสูงอายุมีมากขึ้น คนในวัยทำงานลดลง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่น่ากังวลจริงๆ

ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรประมาณ 67.2 ล้านคน หากดูโครงสร้างอายุของประชากร พบว่า อายุ 0-14 ปี มีประมาณร้อยละ 20.3 อายุ 15-64 ปี มีประมาณร้อยละ 70.7 และอายุ 65 ปีขึ้นไป มีประมาณร้อยละ 9 และเมื่อพิจารณาอายุขัยเฉลี่ยแล้ว พบว่า เพศชายมีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดประมาณ 71.02 ปี และเพศหญิงมีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดประมาณ 75.82 ปี (ที่มา : ข้อมูลประมาณการปี 2553 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และ CIA World Factbook) โดยแนวโน้มของจำนวนประชากรของประเทศไทยทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และลดลง และจำนวนประชากรในวัยเด็กมีแนวโน้มจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประชากรวัยผู้สูงอายุมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผลที่เกิดขึ้นที่เราเริ่มเห็นกันในตอนนี้แล้ว ก็คือ

1.สังคมไทยเริ่มเปลี่ยนจากสังคมที่มีวัยแรงงานมาก (อายุ 25-59 ปี) เป็นสังคมของผู้สูงอายุ โดยจะพบผู้ที่มีอายุยืนมากขึ้น แต่จะขาดแคลนประชาชนในวัยแรงงาน ปัญหาที่จะพบตามมา คือ อาจต้องมีการนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศ ที่หากรัฐไม่มีมาตรการในการควบคุมดูแลที่ดี ก็อาจส่งผลถึงความมั่นคงของประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานที่ผิดกฎหมายทั้งหลาย

2.การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุจะส่งผลต่อการลดลงของรายได้เฉลี่ยของประชากร และส่งผลต่อรายได้จากเงินภาษีอากรของรัฐลดลงด้วย แต่รัฐจะต้องมีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นในด้านที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ เช่น การประกันสังคม สุขภาพอนามัย และสวัสดิการของผู้สูงอายุต่างๆ เป็นต้น อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย เพราะโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ผู้สูงอายุมากขึ้น คนวัยทำงานลดลง ทำให้คนที่จะใช้เงินจากกองทุนประกันสังคมมากขึ้น แต่คนที่จะส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมลดลง นักวิชาการหลายท่านถึงกับกังวลว่า หากขาดการวางแผนที่ดี กองทุนประกันสังคมอาจล้มละลายได้เหมือนกัน

3.รูปแบบของการพึ่งพิงกันระหว่างกลุ่มประชากรในช่วงอายุต่างๆ จะเปลี่ยนไป โดยพบว่าโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปนี้ จะทำให้จำนวนประชากรในวัยเด็กที่ต้องพึ่งพิงวัยทำงานลดลง แต่กลับมีวัยผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิงวัยทำงานเพิ่มขึ้น เมื่อวัยเด็กลดลงก็จะส่งผลต่อการลดลงของวัยผู้ใหญ่ที่เป็นวัยทำงานด้วย ถ้าหากวัยผู้สูงอายุมากกว่าวัยทำงาน ก็จะพบกับปัญหาของการขาดที่พึ่งพิงของกลุ่มคนสูงอายุ ในแต่ละครอบครัวก็จะมีสมาชิกที่จะดูแลผู้สูงอายุน้อยลง ปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งก็จะมีมากขึ้นตามลำดับ ปัญหา “คนชรากำพร้า” เราก็เริ่มเห็นกันบ้างแล้วในปัจจุบันนี้

จะเห็นนะครับว่า เรื่องโครงสร้างประชากรน่าเป็นห่วงจริงๆ ซึ่งแม้รัฐบาลอาจมีนโยบายช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม การป้องกันหรือแก้ไขปัญหาด้วยตนเองน่าจะดีกว่า วันนี้ คุณมีการวางแผนเพื่อวัยเกษียณหรือยัง

และสุดท้ายอยากขอร้องเถอะครับว่า ความคิดที่เห็นต่างควรเสนอได้ ไม่ควรตำหนิความคิดใหม่ๆ ที่เราอาจเห็นต่าง เราอาจสนุก สะใจ หรือขำๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผลกระทบที่เกิด ก็คือ อาจทำให้หลายคนเลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็น ทำให้ประเทศชาติขาดแนวคิดที่ดีๆ ที่สามารถนำมาพัฒนาประเทศชาติได้ต่อไป ขอเถอะครับ แค่นี้การศึกษาในระบบเราก็ล้าหลังหลายประเทศแล้ว การศึกษานอกระบบอย่าให้ล้าหลังไปด้วยเลย

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่