
โอกาสทองที่จีเอ็มเอส
เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา สถาบันของดิฉันได้จัดสัมมนาเรื่อง “GMS และ AEC เกื้อหนุนกันอย่างไร” ดิฉันเห็นว่ามีข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน จึงจะขอนำเสนอเพิ่มเติมในครั้งนี้ค่ะ
เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา สถาบันของดิฉันได้จัดสัมมนาเรื่อง “GMS และ AEC เกื้อหนุนกันอย่างไร” ดิฉันเห็นว่ามีข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน จึงจะขอนำเสนอเพิ่มเติมในครั้งนี้ค่ะ
เชื่อว่าทุกท่านทราบดีว่าข้อตกลงสำคัญของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คือการเปิดเสรี 5 ด้าน ได้แก่ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานฝีมือ แต่สำหรับ ระเบียงเศรษฐกิจอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) นั้น มีความร่วมมือเศรษฐกิจใน 9 สาขาหลัก ได้แก่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คมนาคมและโลจิสติกส์ การสื่อสารการท่องเที่ยว เกษตรกรรม พลังงาน สิ่งแวดล้อม การลงทุน และการค้า
ด้านที่ความร่วมมือคืบหน้ามากที่สุด คือ ด้านคมนาคมและโลจิสติกส์
ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในจีเอ็มเอสมีข้อตกลงย่อยอีกหลายข้อ เช่น การอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน การใช้วีซ่าเดียวกัน (Single Visa) และข้อตกลงหนึ่งที่สำคัญมาก คือ การตรวจแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว (Single Stop Inspection)
ข้อตกลงนี้จะช่วยให้ลดขั้นตอนการตรวจปล่อยสินค้าระหว่างกันลงไปได้ ไม่ต้องตรวจซ้ำตรวจซ้อนหลายจุด เช่น ให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรของไทยไปประจำยังลาว แล้วตรวจปล่อยสินค้าตั้งแต่ฝั่งลาวครั้งเดียว ไม่ต้องกลับมาตรวจซ้ำอีกครั้งที่ฝั่งไทย แน่นอนว่าหากเกิดขึ้นจริงจะลดทั้งเวลาในการขนส่งสินค้าและลดต้นทุนของผู้ประกอบการไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ยังต้องรออีกระยะหนึ่ง เพราะเราอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมาย 5 ฉบับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรออกไปตรวจสินค้านอกประเทศได้ เวลานี้เพิ่งเสร็จไปฉบับเดียว คือ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการขนส่งข้ามพรมแดน พ.ศ. 2556
กลับมาดูที่สถานการณ์เศรษฐกิจการค้าของอาเซียน ในช่วง 10 ปีนับแต่ปี 25442554 ประเทศในจีเอ็มเอสมีการค้าด้วยกันเองเพิ่มขึ้นถึง 9.49 เท่า มากกว่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมที่โตขึ้น 6.45 เท่า
ยิ่งมองไปถึงอนาคต จีเอ็มเอสยังสร้างโอกาสการค้าโดยเฉพาะบริเวณหัวเมือง สร้างโอกาสการลงทุนซึ่งรออยู่เต็มที่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV การสร้างฐานข้อมูลการค้าการลงทุน และศูนย์อำนวยความสะดวกด้านศุลกากร
ในทางตรงกันข้าม การค้าการลงทุนในจีเอ็มเอสยังมีอุปสรรคอยู่บ้าง เช่น กฎระเบียบระหว่างประเทศแตกต่างกันและมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย การสื่อสารยังจำเป็นต้องใช้ภาษาท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ที่สำคัญการเข้าไปลงทุนยังต้องอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวและการสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการท้องถิ่น
แต่ด้วยความพยายามปรับปรุงของแต่ละประเทศ เช่น ด่านศุลกากร ทำให้อีกไม่นานน่าจะมีโอกาสในจีเอ็มเอสรออยู่มากกว่าอุปสรรค สิ่งที่ต้องทำสำหรับผู้ประกอบการ คือ การเตรียมพร้อมเข้าไป “บุกเบิก”
เส้นทางแห่งโอกาสนี้ ทุกท่านต้องเป็นคนเลือกเตรียมตัวแล้วล่ะค่ะ







