
อีกนานแค่ไหน...รถไฟไทย
เมื่อเวลาผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างจะมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ที่เห็นชัดๆ กรณีหนึ่งคือ เทคโนโลยีอุปกรณ์สื่อสารไร้สายที่พัฒนาอย่างน่าทึ่ง จากเพจเจอร์ที่ต้องโทรไปฝากข้อความกับพนักงานเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มาถึงวันนี้เรามีสมาร์ทโฟนอัจฉริยะที่ทำได้แทบทุกอย่าง
เมื่อเวลาผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างจะมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ที่เห็นชัดๆ กรณีหนึ่งคือ เทคโนโลยีอุปกรณ์สื่อสารไร้สายที่พัฒนาอย่างน่าทึ่ง จากเพจเจอร์ที่ต้องโทรไปฝากข้อความกับพนักงานเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มาถึงวันนี้เรามีสมาร์ทโฟนอัจฉริยะที่ทำได้แทบทุกอย่าง
แต่ก็มีหลายสิ่งที่วันเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นหนึ่งในนั้น
พูดได้เลยว่า กิจการการเดินรถไฟในประเทศไทย เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความไร้ประสิทธิภาพและน่าผิดหวัง
กว่า 117 ปี นับแต่วันสถาปนากิจการรถไฟขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2439 และเปลี่ยนฐานะจากกรมรถไฟหลวงมาเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้ชื่อ การรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2494 กิจการรถไฟไทยในปัจจุบัน ไม่ได้เดินไปไหนไกลจากจุดเริ่มต้นเลย
ต่างกันลิบลับกับการรถไฟแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่ถือกำเนิดขึ้นไล่เลี่ยกันในปี 2492 แต่ทิ้ง ร.ฟ.ท.ไม่เห็นฝุ่น มีการพัฒนารุดหน้าสู่รถไฟความเร็วสูงชิงกันเซ็ง ในปี 2507 และข้ามผ่านการแปรรูปที่เต็มไปด้วยขวากหนามจนทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพและเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาของญี่ปุ่น
ในขณะที่ ร.ฟ.ท.ประสบปัญหาคุณภาพบริการและประสิทธิภาพการบริหาร ทั้งไม่ตรงต่อเวลา และความล่าช้า สภาพรถที่เก่า สกปรก และห้องน้ำที่เป็นฝันร้ายของผู้โดยสาร สำคัญที่สุด คือ อุบัติเหตุตกรางบ่อยครั้ง และหลายครั้งเกิดซ้ำซากในจุดเดิม อันมีสาเหตุสำคัญมาจากรางเก่าชำรุด โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีเหตุรถไฟตกรางถี่ๆ เกือบ 15 ครั้งแล้ว
นอกจากนั้น ร.ฟ.ท.ยังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและขาดทุนต่อเนื่อง เป็นภาระงบประมาณอย่างหนัก โดยคาดว่าปี 2556 นี้ ร.ฟ.ท.จะขาดทุนสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท ไม่นับหนี้เงินกู้คงค้างอีก 6.95 หมื่นล้านบาท แต่ละปีมีภาระดอกเบี้ยต้องจ่ายกว่า 2,3002,700 ล้านบาท
แม้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม บอกว่า กำลังเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพ ซ่อมแซมราง และจะจัดซื้อตู้ขบวนใหม่ที่ทันสมัยมาให้บริการ โดยจะลงทุนปรับเป็นรางคู่ทันทีที่ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทผ่านสภา แต่สิ่งสำคัญเร่งด่วน คือ การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ กำจัดส่วนที่ง่อยเปลี้ยเสียขาไร้ประสิทธิภาพออกไปให้สิ้น
อินเดียที่กิจการรถไฟขาดทุนหนักเป็นแสนล้าน ยังสามารถฟื้นฟูกิจการกลับ มามีกำไรได้ ไทยก็น่าจะทำได้เช่นกัน แต่ต้องเริ่มและเร่งให้เสร็จในเร็ววัน







