
หุ้นผันผวนตามสถานการณ์ซีเรียและคาดการณ์เฟดลด QE
ดัชนีหุ้นไทยโน้มแกว่งผันผวนในกรอบ 1,300-1,350 จุด หุ้นพลังงานยังดูโดดเด่นกว่าตลาดต่อไป
ดัชนีหุ้นไทยโน้มแกว่งผันผวนในกรอบ 1,300-1,350 จุด หุ้นพลังงานยังดูโดดเด่นกว่าตลาดต่อไป
สถานการณ์ซีเรียยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งส่งผลทำให้ตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ อัตราแลกเปลี่ยนแกว่งตามไปด้วย
ประธานาธิบดีสหรัฐยังคงใช้ความพยายามจะขอเสียงสนับสนุนจากชาวอเมริกัน ตลอดจนประชาคมโลกให้ใช้ปฏิบัติการทางการทหารแทรกแซงซีเรียที่ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าประชาชน สถานการณ์ดูจะซับซ้อนมากขึ้น เมื่อประธานาธิบดีรัสเซียจะให้ความช่วยเหลือซีเรีย หากถูกสหรัฐโจมตี
ประธานาธิบดีโอบามาจะแถลงในวันอังคาร เพื่ออธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมต้องใช้ปฏิบัติการทางการทหารกับซีเรีย ด้านวุฒิสภาสหรัฐจะอภิปรายเรื่องนี้ในกลางสัปดาห์ ต่อด้วยสภาผู้แทนฯ ในปลายสัปดาห์
ราคาน้ำมันดิบโลกดีดขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้จุดสูงสุดในรอบสองปี เกิดข้อกังวลว่าสถานการณ์ซีเรียจะกระทบต่อย่านตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและส่งออกน้ำมันที่สำคัญของโลก
ผมยังมีมุมมองเหมือนสัปดาห์ก่อนที่เชื่อว่า
กรณีที่สงครามจำกัดขอบเขตและจบเร็ว ราคาน้ำมันอาจกระตุกขึ้นไปแถว 125-130 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนจะถอยลงมา
กรณีที่สงครามยืดเยื้อและขยายวงออกไปยังตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันอาจทะยานขึ้นไปแถว 140-150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนจะถอยกลับลงมาอยู่ดี เนื่องจากมีโอกาสสูงมากที่สหรัฐและประเทศมหาอำนาจ จะนำน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ออกมาใช้เพื่อบรรเทาความตื่นตระหนกของตลาดเหมือนในช่วง “อาหรับสปริง” เมื่อปี 2554
ราคาน้ำมันที่แพงติดต่อกันเป็นเวลานานจะกัดกร่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันในระยะถัดไปชะลอตัว นอกจากนั้น น้ำมันแพงยังเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการเร่งพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ๆ
หุ้นพลังงาน โดยเฉพาะตัวที่เป็นเจ้าของแหล่งพลังงานจึงมีแนวโน้มเด่นกว่าตลาด เช่น PTTEP และ BANPU หนุนโดยราคาพลังงานที่มีโอกาสดีดขึ้น เงินบาทที่อ่อนตัวลงมากจะทำให้ปริมาณพลังงานสำรองมีมูลค่าสูงขึ้นในรูปเงินบาทอีกด้วย
นอกจากนั้น ผลการเลือกตั้งทั่วไปในออสเตรเลียที่พรรคอนุรักษนิยม นำโดย มร.โทนี่ แอบบอตต์ พลิกชนะการเลือกตั้ง ยังส่งผลดีต่อ BANPU เนื่องจากรัฐบาลใหม่มีนโยบายเป็นมิตรมากขึ้นต่อการทำธุรกิจในออสเตรเลีย
มร.แอบบอตต์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ชูนโยบายเลิกกลไกกำหนดภาษีคาร์บอนที่ประกอบด้วยการเลิกเก็บค่าภาคหลวง 30% จากถ่านหินและแร่เหล็ก และการลดภาษีนิติบุคคล เพื่อกระตุ้นการลงทุนและการจ้างงานในออสเตรเลีย
ส่วนการคาดการณ์เรื่องเฟดลด QE ยังคงสร้างความผันผวนต่อตลาดต่อไป ล่าสุดตัวเลขการจ้างงานนอกจากภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่ม 169,000 ตำแหน่ง ในเดือน ส.ค. ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 180,000 ตำแหน่ง และมีการปรับลดตัวเลขของ 2 เดือนก่อนหน้าลง 74,000 ตำแหน่ง
แม้ตลาดยังคาดว่าเฟดจะเริ่มลด QE ในการประชุม 17-18 ก.ย.นี้ แต่จะไม่เร่งลดอย่างรวดเร็ว
บอนด์ยิลด์ 10 ปีของสหรัฐที่ขึ้นไปแตะ 3.005% ระหว่างวันศุกร์ ถอยลงมาปิดที่ 2.93% ลดลง 0.06% จากวันพฤหัสบดี
การที่เฟดส่งสัญญาณลด QE เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น กระแสเงินทุนจึงไหลย้อนกลับเข้าตลาดหุ้นหลัก โดยส่วนหนึ่งโยกออกจากตลาดตราสารหนี้ อีกส่วนหนึ่งโยกออกจากตลาดหุ้นเกิดใหม่ อย่างไรก็ดี แรงขายต่างชาติในตลาดการเงินไทยชะลอลงในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
สัปดาห์ก่อน บอนด์ยิลด์ 10 ปีของไทย ขึ้นไปสูงสุดที่ 4.41% สูงขึ้นราว 1.1% จากกลางเดือน พ.ค. 2556 ทำให้นักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนเพิ่มขึ้น หากต้องลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น มูลค่าหุ้นตามปัจจัยพื้นฐานจึงถูกปรับลดลงถ้วนหน้า 5-15% ขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดของแต่ละกิจการ
โดยรวมตลาดหุ้นไทยแม้ไม่ใช่ตลาดหุ้นที่ถูกสุด แต่ Valuation ไม่แพง การปรับฐานรอบนี้ ไม่ว่าจุดต่ำสุดจะอยู่ที่ 1,260 จุด หรือต่ำกว่านั้น แต่ภายในไม่เกินปีครึ่ง ยังคงมีนิวไฮอยู่ดี จึงมองเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นช่วงราคาหุ้นย่อตัว โดยเน้นหุ้นที่ได้แรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น INTUCH, ADVANC, AOT, VGI, BGH, CHG, HMPRO, CPN รวมถึงหุ้นพลังงานอย่าง BANPU และ PTTEP







