posttoday
ไทยคมปั๊มกำไรพุ่ง

ไทยคมปั๊มกำไรพุ่ง

03 กันยายน 2556

งัดกลยุทธ์ซื้อกิจการตปท.เร่งยิงไทยคมป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไม่ให้เจ็บตัวหนัก

งัดกลยุทธ์ซื้อกิจการตปท.เร่งยิงไทยคมป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไม่ให้เจ็บตัวหนัก

ไทยคม เล็งร่วมทุนซื้อกิจการในออสเตรเลียต่อ ส่งไทยคม คุมเสี่ยงค่าเงิน หวังกำไรพุ่งเท่าตัวใน 3 ปี

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม (THCOM) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายภายใน 3 ปีนี้ จะต้องมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 100% โดยในช่วงครึ่งปีแรกปีนี้มีกำไร 521 ล้านบาท จึงต้องวางกลยุทธ์เพื่อขยายงานให้บริษัทมีการเติบโตที่ชัดเจนในอนาคต

ปัจจุบันบริษัทยังมองหาแนวทางที่จะร่วมทุนหรือซื้อกิจการในออสเตรเลียต่อเนื่อง เพื่อช่วยต่อกลยุทธ์ THCOM มากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ขณะที่ต้นปีบริษัทได้เข้าไปถือหุ้น 5% ในบริษัท ซินเนอร์โทน คอมมิวนิเคชัน คอร์ปอเรชัน ประเทศฮ่องกง ใช้เงินลงทุน 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการให้บริหารไอพีสตาร์ในประเทศจีน

“เรายังมีเม็ดเงินในการซื้อกิจการหรือการร่วมทุน ซึ่งไม่น่าจะใช้เงินที่มากมาย ปัจจุบันถือว่าบริษัทมีสภาพคล่องสูงมาก แต่ละไตรมาสจะมีกระแสเงินสดเข้ามาประมาณ 3,000 ล้านบาท และอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) อยู่ในระดับต่ำมาก คือ 0.5 เท่า” นางศุภจี กล่าว

สำหรับความคืบหน้าของไทยคม 8 เพื่อรักษาวงโคจรเดิมที่ 78.5 องศาตะวันออก อยู่ระหว่างการสรุปรูปแบบว่าจะเป็นไอพีสตาร์ที่เป็นดาวเทียมบรอดแบนด์ หรือเป็นการขายช่องสัญญาณดาวเทียม (Bandwidth) ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ ไทยคม 6 น่าจะขึ้นวงโคจรได้ในเดือน พ.ย. เพื่อต่อยอดจากไทยคม 5 โดยยอดจองการใช้ไปอยู่ที่ 66% จากเป้าหมายที่ 30% รวมทั้งไทยคม 7 เตรียมขึ้นวงโคจรในครึ่งปีแรกของปี 2557

นางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและเงินเยนมากขึ้น จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งปกติไทยคมใช้เงิน 4 สกุล คือ เงินบาท เงินเยน เงินเหรียญสหรัฐ และเงินเหรียญออสเตรเลีย หลังจากบริษัทประสบปัญหาขาดทุนในไตรมาส 2 ที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะบริษัทมีเงินกู้เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐกว่า 170 ล้านบาท ถือว่าการขาดทุนเป็นเพียงตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น ปกติค่าเงินอ่อนค่าลงไป 1 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้บริษัทขาดทุนจากอัตราแลกประมาณ 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ ไตรมาสแรกค่าเงินบาทอยู่ที่ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และไตรมาส 2 มา

อยู่ที่ 32 บาท ซึ่งปกติบริษัทมีการเฮดจ์โดยธรรมชาติจากรายได้และรายจ่ายเงินทั้ง 4 สกุล ขณะที่อีก 50% ทำประกันความเสี่ยงล่วงหน้า (เฮดจ์จิง)

นางศุภจี กล่าวต่อว่า บริษัทได้รับผลตอบรับดีมากจากนักลงทุนสถาบัน เพราะที่ผ่านมาบริษัทมีกำหนดเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) กับนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเป็นประจำ จนมีนักลงทุนสถาบันไทยเข้ามาถือหุ้นมากขึ้น ณ สิ้นเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 66.11% จากต้นปี 2554 อยู่ที่ 50.5% ส่วนนักลงทุนบุคคลในประเทศอยู่ที่ 24.84% จากปี 2544 อยู่ที่ 47.1% ขณะที่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศได้เพิ่มเป็น 9.03% จากเดิม 2.3% และนักลงทุนบุคคลต่างประเทศอยู่ที่ 0.02% เดิมอยู่ที่ 0.05%

ปัจจุบันมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ถือหุ้น THCOM เป็นอันดับ 6 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) อันดับ 13 และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของเครือซิเมนต์ไทย อันดับที่ 15

ขณะที่งานไทยแลนด์โฟกัสก็มีกำหนดพบกับผู้จัดการกองทุนต่างชาติแบบตัวต่อตัว และในวันที่ 910 ก.ย.นี้ มีกำหนดเดินทางไปเยี่ยมโรดโชว์กับแมคควอรี่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร