
รสนาตามล่าท่อก๊าซปตท.
ขู่ขุนคลังไม่ยึดคืนฟ้องปปช.แน่บนบก-ทะเลเป็นของสาธารณะ
โพสต์ทูเดย์
— “รสนา” เดินหน้าไล่บี้กระทรวงการคลังทวงคืนท่อก๊าซ 3.2 หมื่นล้านบาทจาก ปตท.น.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เพื่อขอให้ดำเนินการทวงคืนท่อก๊าซจากบริษัท ปตท. ที่คืนให้รัฐบาลยังไม่หมดตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นท่อก๊าซที่อยู่ในทะเล และท่อก๊าซบางส่วนที่อยู่ใต้พื้นดินคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไม่ได้รับหนังสือตอบกลับจากนายกรณ์หรือกระทรวงการคลัง เพราะยุ่งอยู่กับการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างรุนแรง
น.ส.รสนา กล่าวว่า ในฐานะที่เป็น สว. ต้องตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ก็จะทำหนังสือทวงถามเรื่องนี้กับนายกรณ์อีกครั้งหนึ่ง และให้ระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด หากนายกรณ์หรือกระทรวงการคลังไม่ดำเนินการเรื่องดังกล่าวอีก ก็จะยื่นเรื่องฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฟ้องนายกรณ์และผู้บริหารกระทรวงการคลังตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทำให้รัฐเกิดความเสียหาย
น.ส.รสนา กล่าวว่า เรื่องการฟ้องทวงคืนท่อก๊าซที่ผ่านมา ศาลปกครองมีคำพิพากษาให้บริษัท ปตท. ต้องคืนทรัพย์สินที่ได้จากการใช้อำนาจมหาชนไปก่อนการแปรรูปคืนให้กับแผ่นดิน และที่ผ่านมาทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทำการตรวจสอบพบว่า ปตท. ได้ใช้อำนาจจากกฎหมายมหาชนได้ทรัพย์สินของรัฐไปเป็นของเอกชนกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคำพิพากษาออกมา ทางกรมธนารักษ์ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการเรียกคืนทรัพย์สินกลับไปตีความร่วมกับ ปตท. ว่าทรัพย์สินที่ต้องคืนจากการใช้อำนาจมหาชนนั้นต้องไปลิดรอนสิทธิของผู้อื่นด้วย จึงคืนทรัพย์สินให้กับรัฐเพียงบางส่วนมูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท และเปิดทางให้บริษัท ปตท. ทำการเช่าทรัพย์สินต่อจากกรมธนารักษ์เพื่อดำเนินกิจการต่อไป
สำหรับท่อก๊าซในทะเลทั้งหมดซึ่งมีมูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท ทางกรมธนารักษ์กับ ปตท. ชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิของใคร เพราะทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ในทะเล ไม่มีใครเป็นเจ้าของ จึงน่าจะเป็นการตีความที่ไม่ถูกต้อง เพราะสินทรัพย์ในทะเลก็ถือว่าเป็นทรัพย์สินสาธารณะของประชาชน
ดังนั้น เมื่อท่อก๊าซอยู่ในทะเลและเดินท่อใต้ดินก็ถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนคนไทยที่เป็นเจ้าของทุกคน ดังนั้นทรัพย์สมบัติจึงควรโอนคืนกลับมาเป็นของแผ่นดิน ไม่ใช่เป็นของบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจมุ่งแสวงหาผลกำไร
“
เรื่องนี้ต้องตีความให้ชัดเจนว่าการใช้อำนาจมหาชนของบริษัท ปตท. มันครอบคลุมถึงไหน ไม่ใช่จะมาตีความเรื่องการลิดรอนสิทธิเพื่อให้ตัวเองไม่เสียผลประโยชน์ และกระทรวงการคลังต้องมีคำตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพราะถือว่ายังดำเนินการไม่สิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาลปกครอง หากผู้บริหารกระทรวงการคลังไม่ดำเนินการก็คงต้องยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการเอาผิดกับกระทรวงการคลัง” น.ส.รสนา กล่าวทั้งนี้ ตามรายงานของ สตง. เห็นว่าทรัพย์สินที่ ปตท.ควรจะต้องส่งคืนกระทรวงการคลังคือ ระบบท่อส่งทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยระบบท่อส่งก๊าซบนบก ระบบท่อส่งก๊าซในทะเล ระบบท่อส่งก๊าซจัดจำหน่าย มีความยาว 3,000 กิโลเมตร มูลค่าทางบัญชี 4.7 หมื่นล้านบาท







