posttoday
บาทอ่อนบีบต่างชาติทิ้งหุ้น

บาทอ่อนบีบต่างชาติทิ้งหุ้น

02 กันยายน 2556

บลจ.กรุงศรี มองบาทอ่อนกดดันต่างชาติขายหุ้นไม่หยุด เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นดึงเงินไหลซบตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว

บลจ.กรุงศรี มองบาทอ่อนกดดันต่างชาติขายหุ้นไม่หยุด เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นดึงเงินไหลซบตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐ ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าไปยังตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน ก.ค. 2556 มีมูลค่า 207,539 ล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นมูลค่าสูงสุดตั้งแต่ปี 2546 ขณะเดียวกันมีเงินไหลออกจากตลาดหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่จำนวน 738 ล้านเหรียญสหรัฐ และส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อน

นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นตลาดเกิดใหม่ตั้งแต่เดือน มี.ค.-ก.ค. 2556 โดยขายออกมากในเดือน มิ.ย. มูลค่าสูงถึง 21,533 ล้านเหรียญสหรัฐ

ดังนั้น ตัวเร่งสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทย คือ การที่ค่าเงินบาทอ่อน ทำให้นักลงทุนต่างชาติที่ถือครองหุ้นไทยอยู่จะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เห็นได้จากช่วงที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าจะมีเงินทุนไหลเข้ามาซื้อหุ้น ทำให้นักลงทุนต่างชาติได้กำไร 2 ทาง คือ ผลตอบแทนจากราคาหุ้นเมื่อราคาปรับขึ้น และอัตราแลกเปลี่ยน

“แรงขายหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ยังมีออกมาต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ และมีความเป็นไปได้ว่าในช่วง 1-2 เดือนนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีเงินไหลออกหลังจากจีดีพีไตรมาส 2 หดตัว และเมื่อถึงจุดที่นักลงทุนเห็นว่าขายไปมากแล้ว จนราคาหุ้นไทยอยู่ในระดับน่าลงทุน เม็ดเงินก็จะกลับเข้ามา”นายประภาส กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าปัจจุบันนักลงทุนได้กำไรจากตลาดหุ้นเกิดใหม่และหุ้นไทยไปค่อนข้างมาก ในช่วงเวลานี้จึงฉวยจังหวะขายปรับพอร์ตเพื่อจัดสรรเงินลงทุนใหม่

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปีนี้คาดการณ์ว่ายังเติบโตในระดับต่ำประมาณ 3.1% แต่ในปี 2557 จะดีขึ้น คาดการณ์เติบโต 3.8% โดยประเทศพัฒนาแล้วโดดเด่นจากปีนี้เติบโต 1.2% แต่ปี 2557 เติบโต 2.1% จึงเป็นเหตุผลทำให้หุ้นสหรัฐพุ่งแรง ซึ่งเป็นปกติที่ตลาดหุ้นจะขานรับข่าวดีล่วงหน้าก่อนเศรษฐกิจจะฟื้นตัว 1-2 ปี ส่วนเอเชีย ภาพรวมยังดูดี แม้จะมีบางประเทศที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงก็ตาม ส่วนเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยุโรปเศรษฐกิจมีสัญญาณดีขึ้นจากหลายประเทศ ความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตรอบ 2 ในกลุ่มยุโรปมีน้อยมากแล้ว

ที่ผ่านมากลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีอัตราดอกเบี้ยต่ำมานาน 5 ปี ดังนั้นการปรับขึ้นดอกเบี้ยใน 5 ปีข้างหน้าคงยังไม่เห็นขึ้นเร็ว และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็ไม่แรง แต่จะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากรัฐบาลของประเทศพัฒนาแล้วมีสัดส่วนหนี้ภาครัฐเกือบเต็มเพดาน 100% แล้ว จึงมองว่าอัตราเร่งของเงินเฟ้อจึงไม่น่าห่วง ซึ่งการจัดสรรและกระจายเงินลงทุนจึงเป็นสิ่งที่บริษัทแนะนำนักลงทุนมาตลอดและยังให้ความสำคัญต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่