
พร้อมไหม...ทีวีดิจิตอล
หากไม่มีอะไรผิดพลาด เดือน ต.ค.นี้ วงการบรอดคาสต์บ้านเราจะมีงานใหญ่ จากการเปิดประมูลช่องรายการทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ซึ่งแบ่งเป็น ช่องข่าว ช่องวาไรตี และช่องไฮเดฟ ประเภทละ 7 ช่อง และช่องรายการเด็กอีก 3 ช่อง
หากไม่มีอะไรผิดพลาด เดือน ต.ค.นี้ วงการบรอดคาสต์บ้านเราจะมีงานใหญ่ จากการเปิดประมูลช่องรายการทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ซึ่งแบ่งเป็น ช่องข่าว ช่องวาไรตี และช่องไฮเดฟ ประเภทละ 7 ช่อง และช่องรายการเด็กอีก 3 ช่อง
การประมูลครั้งนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในช่วงที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวข้ามระบบการรับชมการแพร่ภาพรายการทางโทรทัศน์แบบระบบอะนาล็อกไปสู่ยุคดิจิตอล ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ที่กำหนดให้ประเทศไทยต้องเปลี่ยนระบบการออกอากาศเป็นระบบดิจิตอลให้ทันในปี 2558
จะว่าไปดูเหมือนการประมูลทีวีดิจิตอลครั้งที่จะถึงนี้ จะดูคึกคักกว่ามาก หากเทียบกับการประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3จี ของฟากกิจการโทรคมนาคมเมื่อเดือน ต.ค. 2555 แม้มูลค่าการประมูลช่องทีวีจะห่างชั้นจากไลเซนส์ 3จี อยู่มาก
ทั้งนี้ ก็ด้วยจำนวนผู้เข้าประมูลทีวีดิจิตอลที่มีมากกว่า ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ และจำนวนช่องที่เปิดประมูลก็มีถึง 24 ช่อง เทียบกับไลเซนส์ 3จี ซึ่งมีเพียง 3 รายเดิมที่ให้บริการอยู่ในตลาด
อย่างไรก็ตาม การประมูลที่ว่าคึกคักคงไม่สำคัญ หากประชาชนผู้รับชมทั้งประเทศยังไม่สามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ว่า เหตุใด ทำไม และเพราะอะไร ที่เราจะต้องก้าวข้ามไปสู่ยุคดิจิตอล
นอกจากนั้น ยังเต็มไปด้วยความสงสัยว่า ทีวีดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นทางเลือกสำหรับการรับชมแนวใหม่จริงๆ หรือเป็นเพียงแค่การเปิดให้กลุ่มทุนรายเดิม ผู้ผลิตรายเดิม ขยายอาณาจักรของตัวเอง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์มากขึ้นกันแน่
เพราะในเมื่อประเทศไทยได้มีโอกาสเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตอลทั้งที คงไม่ใช่แค่ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านทางเทคนิคการรับชมเท่านั้น และไม่ใช่เพียงปรับปรุงให้สามารถรับชมภาพได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
แต่ต้องหมายถึงการยกระดับการรับชม และพัฒนาคอนเทนต์ที่มีอยู่ให้ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้นตามไปด้วยต่างหาก







