posttoday
ทุกข์"กุ้งไทย"ตลาดดีแต่ไม่มีของขาย

ทุกข์"กุ้งไทย"ตลาดดีแต่ไม่มีของขาย

19 สิงหาคม 2556

การที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐได้ประกาศผลการไต่สวนขั้นสุดท้ายยกเว้นการเรียกเก็บอัตราอากรซีวีดี

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

การที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐได้ประกาศผลการไต่สวนขั้นสุดท้ายยกเว้นการเรียกเก็บอัตราอากรซีวีดี หรือมาตรการเรียกเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุนกับอุตสาหกรรมกุ้งประเทศไทย ถือเป็นข่าวดี ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานแบบบูรณาการระหว่างรัฐและเอกชนในการให้ข้อมูลกับสหรัฐ จนได้รับการยกเว้นภาษีดังกล่าว แต่วิกฤตของการเพาะเลี้ยงกุ้งไทยจากอาการโรคตายด่วนหรืออีเอ็มเอส ส่งผลให้สวรรค์ผู้ส่งออกต้องล่ม

ผนิศวร ชำนาญเวช อดีตนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ข่าวสหรัฐอเมริกาประกาศยกเว้นการเรียกเก็บอัตราอากรซีวีดี หรือมาตรการเรียกเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุนจากไทย ถือเป็นข่าวดีของการส่งออกกุ้งไทย ทำให้มีโอกาสทางตลาดเหนือกว่าประเทศอื่น แต่ท่ามกลางโชคดี ก็ยังมีโชคร้ายของไทยในตอนนี้ เพราะแม้จะมีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก แต่ไทยไม่มีวัตถุดิบคือกุ้งเพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ปริมาณผลผลิตที่ออกมาน้อยทำให้ขณะนี้เกิดปรากฏการณ์ 2 ประการ คือ ราคากุ้งในตลาดปรับขึ้นไปถึง 9 เหรียญสหรัฐ จากปกติที่เคยซื้อประมาณ 6 เหรียญต่อ กก. และกุ้งขนาดเล็กลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน คือมีแต่กุ้งขนาด 150 ตัวต่อ กก. จากปกติจะขายกุ้งในขนาด 7090 ตัวต่อ กก. เนื่องจากเกษตรกรเร่งจับกุ้งลดความเสี่ยงการตายด่วน ทำให้ต้องแย่งกันหาวัตถุดิบ ซึ่งขณะนี้อุตสาหกรรมแปรรูปลำบากมาก เพราะขาดวัตถุดิบ แต่มีภาระต้องดูแลคนงานและดอกเบี้ย ในขณะที่ประเทศคู่ค้าสั่งซื้อกุ้งจากไทยมาก เพราะสินค้าไทยคุณภาพดี และเมื่อไม่มีซีวีดีราคาก็จะได้เปรียบประเทศอื่น

“สถานการณ์ขณะนี้ ตลาดมี แต่ไม่มีของขาย เพราะกุ้งไทยหายไปจากระบบเกือบ 50% ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารของไทยที่ต่อสู้ในเรื่องนี้มาอย่างยากลำบาก แต่เมื่อโอกาสเปิด และเป็นโอกาสทอง เรากลับไม่มีกุ้ง ซึ่งเรื่องนี้สมาคมได้ทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังสมาชิกทุกท่านแล้วว่าให้ระวังการรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ เพราะหากรับออร์เดอร์มาแล้วไม่มีสินค้า จะมีปัญหาซ้ำรอยปี 2553 ที่ทั่วโลกมุ่งมาซื้อกุ้งที่ไทย ผู้ประกอบการแห่รับออร์เดอร์กันแบบไม่คิด โรงงานแปรรูปผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด สุดท้ายสินค้าไม่พอ ทำให้บริษัทคู่ค้าหลายประเทศเสียหายเลิกซื้อไปจำนวนมาก”

ทั้งนี้ ผนิศวร ประเมินว่า ปีนี้ยอดการส่งออกทั้งปีจะหายไปประมาณ 30-40% ของเป้าส่งออกต้นปี 2556 ที่ตั้งไว้ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท

วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจการเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบนเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าขณะนี้เกษตรกรมีการลงลูกกุ้งเพิ่มและเลี้ยงตามแนวทางที่กรมประมงให้คำแนะนำ แต่ขณะนี้เกิดการขาดแคลนลูกกุ้ง เพราะโรงเพาะฟักที่ได้มาตรฐานมีน้อย จึงส่งผลกระทบต่อปริมาณกุ้งที่จะออกสู่ตลาดในครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ กรมคาดว่าผลผลิตกุ้งของไทยปีนี้จะมีประมาณ 2.53 แสนตันเท่านั้น หายไปประมาณ 40% จากปกติที่จะมีผลผลิตประมาณ 6 แสนตัน ก่อนที่จะมีการระบาดของโรคตายด่วนในประเทศในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา

การขาดแคลนลูกกุ้งคุณภาพทำให้กรมประมงต้องนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากประเทศในทวีปอเมริกาใต้ เพื่อมาฟื้นภารกิจโรงเพาะฟักลูกกุ้งของรัฐอีกครั้ง

สำหรับอุตสาหกรรมกุ้งไทยในปี 2555 มีการส่งออกไปต่างประเทศประมาณ 3.4 แสนตัน มูลค่าประมาณ 9.4 หมื่นล้านบาท และมีการบริโภคในประเทศประมาณ 15% ขณะที่ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ การส่งออกแบ่งเป็น กุ้งแช่เย็นแช่แข็งประมาณ 5.9 หมื่นตัน มูลค่า 5,100 ล้านบาท กุ้งแปรรูป 2.9 หมื่นตัน มูลค่า 8,800 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่