
ทุกข์"กุ้งไทย"ตลาดดีแต่ไม่มีของขาย
การที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐได้ประกาศผลการไต่สวนขั้นสุดท้ายยกเว้นการเรียกเก็บอัตราอากรซีวีดี
โดย...สิทธิณี ห่วงนาค
การที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐได้ประกาศผลการไต่สวนขั้นสุดท้ายยกเว้นการเรียกเก็บอัตราอากรซีวีดี หรือมาตรการเรียกเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุนกับอุตสาหกรรมกุ้งประเทศไทย ถือเป็นข่าวดี ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานแบบบูรณาการระหว่างรัฐและเอกชนในการให้ข้อมูลกับสหรัฐ จนได้รับการยกเว้นภาษีดังกล่าว แต่วิกฤตของการเพาะเลี้ยงกุ้งไทยจากอาการโรคตายด่วนหรืออีเอ็มเอส ส่งผลให้สวรรค์ผู้ส่งออกต้องล่ม
ผนิศวร ชำนาญเวช อดีตนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ข่าวสหรัฐอเมริกาประกาศยกเว้นการเรียกเก็บอัตราอากรซีวีดี หรือมาตรการเรียกเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุนจากไทย ถือเป็นข่าวดีของการส่งออกกุ้งไทย ทำให้มีโอกาสทางตลาดเหนือกว่าประเทศอื่น แต่ท่ามกลางโชคดี ก็ยังมีโชคร้ายของไทยในตอนนี้ เพราะแม้จะมีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก แต่ไทยไม่มีวัตถุดิบคือกุ้งเพียงพอต่อความต้องการของตลาด
ปริมาณผลผลิตที่ออกมาน้อยทำให้ขณะนี้เกิดปรากฏการณ์ 2 ประการ คือ ราคากุ้งในตลาดปรับขึ้นไปถึง 9 เหรียญสหรัฐ จากปกติที่เคยซื้อประมาณ 6 เหรียญต่อ กก. และกุ้งขนาดเล็กลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน คือมีแต่กุ้งขนาด 150 ตัวต่อ กก. จากปกติจะขายกุ้งในขนาด 7090 ตัวต่อ กก. เนื่องจากเกษตรกรเร่งจับกุ้งลดความเสี่ยงการตายด่วน ทำให้ต้องแย่งกันหาวัตถุดิบ ซึ่งขณะนี้อุตสาหกรรมแปรรูปลำบากมาก เพราะขาดวัตถุดิบ แต่มีภาระต้องดูแลคนงานและดอกเบี้ย ในขณะที่ประเทศคู่ค้าสั่งซื้อกุ้งจากไทยมาก เพราะสินค้าไทยคุณภาพดี และเมื่อไม่มีซีวีดีราคาก็จะได้เปรียบประเทศอื่น
“สถานการณ์ขณะนี้ ตลาดมี แต่ไม่มีของขาย เพราะกุ้งไทยหายไปจากระบบเกือบ 50% ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารของไทยที่ต่อสู้ในเรื่องนี้มาอย่างยากลำบาก แต่เมื่อโอกาสเปิด และเป็นโอกาสทอง เรากลับไม่มีกุ้ง ซึ่งเรื่องนี้สมาคมได้ทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังสมาชิกทุกท่านแล้วว่าให้ระวังการรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ เพราะหากรับออร์เดอร์มาแล้วไม่มีสินค้า จะมีปัญหาซ้ำรอยปี 2553 ที่ทั่วโลกมุ่งมาซื้อกุ้งที่ไทย ผู้ประกอบการแห่รับออร์เดอร์กันแบบไม่คิด โรงงานแปรรูปผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด สุดท้ายสินค้าไม่พอ ทำให้บริษัทคู่ค้าหลายประเทศเสียหายเลิกซื้อไปจำนวนมาก”
ทั้งนี้ ผนิศวร ประเมินว่า ปีนี้ยอดการส่งออกทั้งปีจะหายไปประมาณ 30-40% ของเป้าส่งออกต้นปี 2556 ที่ตั้งไว้ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท
วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจการเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบนเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าขณะนี้เกษตรกรมีการลงลูกกุ้งเพิ่มและเลี้ยงตามแนวทางที่กรมประมงให้คำแนะนำ แต่ขณะนี้เกิดการขาดแคลนลูกกุ้ง เพราะโรงเพาะฟักที่ได้มาตรฐานมีน้อย จึงส่งผลกระทบต่อปริมาณกุ้งที่จะออกสู่ตลาดในครึ่งปีหลัง
ทั้งนี้ กรมคาดว่าผลผลิตกุ้งของไทยปีนี้จะมีประมาณ 2.53 แสนตันเท่านั้น หายไปประมาณ 40% จากปกติที่จะมีผลผลิตประมาณ 6 แสนตัน ก่อนที่จะมีการระบาดของโรคตายด่วนในประเทศในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา
การขาดแคลนลูกกุ้งคุณภาพทำให้กรมประมงต้องนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากประเทศในทวีปอเมริกาใต้ เพื่อมาฟื้นภารกิจโรงเพาะฟักลูกกุ้งของรัฐอีกครั้ง
สำหรับอุตสาหกรรมกุ้งไทยในปี 2555 มีการส่งออกไปต่างประเทศประมาณ 3.4 แสนตัน มูลค่าประมาณ 9.4 หมื่นล้านบาท และมีการบริโภคในประเทศประมาณ 15% ขณะที่ช่วงไตรมาสแรกปีนี้ การส่งออกแบ่งเป็น กุ้งแช่เย็นแช่แข็งประมาณ 5.9 หมื่นตัน มูลค่า 5,100 ล้านบาท กุ้งแปรรูป 2.9 หมื่นตัน มูลค่า 8,800 ล้านบาท







