posttoday
“ชัตเตอร์สต็อก” จากเว็บพันเหรียญสู่บริษัทพันล้าน

“ชัตเตอร์สต็อก” จากเว็บพันเหรียญสู่บริษัทพันล้าน

16 สิงหาคม 2556

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ซิลิคอน วัลลีย์ อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในฐานะมหานครไอทีเหมือนกับแคลิฟอร์เนีย ทว่า ป่าคอนกรีตในนครนิวยอร์กแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา สีสัน แรงบันดาลใจ และโอกาสในการทำธุรกิจกลุ่มอินเทอร์เน็ตและนิวมีเดียให้กับคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ

จอน โอรินเจอร์ เคยผ่านการเปิดบริษัทไอทีมาแล้วถึง 10 แห่ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ กระนั้นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลอย่างนิวยอร์ก ซิตี ก็ขับเคลื่อนให้หนุ่มวัย 39 ปี รายนี้เดินหน้าต่อไป โดยไม่ให้ความล้มเหลวที่ผ่านๆ มาเป็นตัวฉุดรั้ง จนในวันนี้โอรินเจอร์สามารถผงาดขึ้นเป็นมหาเศรษฐีระดับพันล้านได้สำเร็จเป็นรายแรกของซิลิคอน วัลลีย์ ไปแล้ว กับเว็บไซต์ภาพถ่ายเชิงพาณิชย์จากทั่วทุกมุมโลก “ชัตเตอร์สต็อก” (Shutterstock)

บริษัทที่รวบรวมภาพถ่าย วิดีโอ และอิลลัสเตรชันกว่า 28 ล้านชิ้นจากทั่วโลกแห่งนี้ ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับการเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือน ต.ค. 2555 ท่ามกลางการประเมินมูลค่าสินทรัพย์สุทธิถึง 1,050 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 3 หมื่นล้านบาท) โดยที่โอรินเจอร์เป็นผู้ถือหุ้นกว่า 55%

ไอเดียธุรกิจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่โอรินเจอร์ยังทำธุรกิจซอฟต์แวร์เล็กๆ แห่งหนึ่ง และพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะหารูปทั่วไปมาใช้บนหน้าเว็บ เนื่องจากเว็บขายภาพส่วนใหญ่มักเป็นภาพราคาแพงลิบที่เน้นขายให้สำนักข่าวทั่วโลก เช่น เก็ตตี อิมเมจ ทว่ากลับแทบไม่มีธุรกิจภาพถ่ายมืออาชีพที่รองรับตลาดระดับกลางถึงระดับล่าง ซึ่งต้องการภาพทั่วไปสวยๆ ไม่ต้องซับซ้อน และอยู่ในราคาที่รับได้ ปัญหานี้เองจึงได้นำไปสู่การปิ๊งไอเดียธุรกิจใหม่ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ชัตเตอร์สต็อกไม่ใช่บริษัทที่คิดการใหญ่ตั้งแต่เริ่มต้นหรือมีการร่วมลงทุนอย่างหวือหวาเหมือนหลายบริษัทในซิลิคอน วัลลีย์ จุดที่น่าสนใจของบริษัทหมื่นล้านแห่งนี้ก็คือ การเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ด้วยเงินทุนส่วนตัวในหลักพันเหรียญสหรัฐเท่านั้น และเน้นการพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด

โอรินเจอร์ตัดสินใจเปิดตัวชัตเตอร์สต็อกขึ้นในปี 2546 โดยลงทุนก้อนแรกไปกับกล้อง DSLR และเริ่มศึกษาการถ่ายภาพอย่างจริงจังพร้อมตระเวนถ่ายไปทั่วมหานครนิวยอร์ก ก่อนจะออกท่องโลกกว้างเพื่อเก็บเกี่ยวภาพและบรรยากาศจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งทำให้ได้ภาพถึง 3 หมื่นใบภายในปีแรก ผู้ประกอบรายนี้เลือกที่โฆษณาในช่องทางเล็กๆ อย่าง เคร็กลิสต์ และกูเกิล แอดเวิร์ดส์ มากกว่าเน้นทำการตลาด เพราะเชื่อว่าผลงานที่ดีและการแข่งขันด้านราคาที่เหมาะสมจะช่วยให้เกิดการบอกปากต่อปากในที่สุด

จากเงินไม่กี่พันเหรียญซึ่งใช้ไปกับการซื้อกล้อง เช่าสำนักงานเล็กๆ ในนิวยอร์ก ทำการตลาด และทำทุกอย่างด้วยตัวเอง บริษัทเริ่มมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องหลายพันเหรียญ จนโอรินเจอร์ต้องเริ่มจ้างพนักงานเพื่อขยับขยายกิจการไปทีละก้าว ทว่ายังยืนยันที่จะไม่ย้ายไปซิลิคอน วัลลีย์ ที่เป็นสวรรค์ของแหล่งทุนด้านไอที

“ผมอยากสร้างสรรค์งานออกมาในแบบที่ผมอยากจะทำ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี ตอนนั้นผมพอใจกับธุรกิจหลักพันเหรียญมากกว่าหลักล้าน” โอรินเจอร์ กล่าวกับบีบีซี

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างมากในอุตสาหกรรมภาพถ่ายทั่วโลก และพฤติกรรมการถ่ายภาพที่เปลี่ยนไปกับการเข้ามาของสมาร์ทโฟน และการหลั่งไหลของอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ส่งผลให้ชัตเตอร์สต็อกเติบโตได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นแหล่งดาวน์โหลดซื้อขายภาพรายใหญ่ของโลก ภายใต้พนักงาน 250 คน และได้จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2555

ในวันนี้ชัตเตอร์สต็อกมีลูกค้าถึง 7.5 แสนราย ใน 150 ประเทศทั่วโลก และทำกำไรได้ 47.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 ล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา ท่ามกลางทิศทางที่สดใสต่อเนื่องในตลาดภาพดิจิตอล ซึ่งจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 3 ปีข้างหน้านี้

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่