
หนุนปลูกเมล็ดพันธุ์สร้างทางรอดข้าวไทย
หลังจากประเทศไทย ประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อนำไปเป็นพันธุ์ข้าวปลูกจำนวนมาก
โดย...สิทธิณี ห่วงนาค
หลังจากประเทศไทย ประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อนำไปเป็นพันธุ์ข้าวปลูกจำนวนมาก เนื่องจากศูนย์ข้าวชุมชนทั้งของเกษตรกรและของรัฐประสบอุทกภัยเช่นกัน ประกอบกับสภาพอากาศที่แปรปรวน น้ำท่วม แห้งแล้ง
มูลนิธิชัยพัฒนาหนุน เกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์ ทางรอดอนาคตข้าวไทย
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิข้าวไทย เปิดเผยว่า สมเด็จพระเทพฯ ทรงห่วงใยเรื่องนี้มาก จึงมีพระราชดำริให้มูลนิธิฯ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวนาหันมาปลูกข้าวเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชบายให้ทำไซโลเก็บรักษาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านเมล็ดพันธุ์ข้าวของไทยอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากระบบราชการและเอกชนที่ทำเป็นงานปกติอยู่แล้ว
จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อนำไปเป็นพันธุ์ข้าวปลูกจำนวนมาก แม้กระทั้งมูลนิธิชัยพัฒนา พยายามหาเพื่อนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรที่เดือดร้อนก็ยังยาก เนื่องจากศูนย์ข้าวชุมชนทั้งของเกษตรกรและของรัฐประสบอุทกภัยเช่นกัน ประกอบกับสภาพอากาศที่แปรปรวน น้ำท่วม แห้งแล้ง ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตน์ ทรงห่วงเรื่องนี้มากจึงมีพระราชดำริให้มูลนิธิฯส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวนาหันมาปลูกข้าวเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชบายให้ทำไซโลเก็บรักษาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านเมล็ดพันธุ์ข้าวของไทยอีกทางหนึ่ง นอกเหนือจากระบบราชการและเอกชนที่ทำเป็นงานปกติอยู่แล้ว
ทั้งนี้ เกษตรกรที่ประสงค์จะพัฒนาตนเองมาเป็นผู้ปลูกข้าวพันธุ์นั้น ทางมูลนิธิฯ จะประสานให้หน่วยราชการเข้าไปให้ความรู้ทางวิชาการ เนื่องจากการปลูกข้าวพันธุ์นั้นเกษตรกรจะต้องมีการเอาใจใส่มากกว่าการปลูกข้าวปกติ เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ
สำหรับข้อดีของการผลิตข้าวพันธุ์นั้น ผลผลิตที่ได้สามารถขายได้ในราคาสูงกว่าข้าวทั่วไป โดยราคาจะประมาณ 2.4 หมื่นบาทต่อตัน ซึ่งสูงกว่าราคาที่รัฐรับจำนำ
“จากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนั้น เมล็ดพันธุ์ข้าวหายากมาก สมเด็จพระเทพฯ ทรงรับสั่งว่าต้องมีความมั่นคงด้านเมล็ดพันธุ์ข้าว มูลนิธิฯ จึงเข้ามาเป็นกองเสริมให้ภาครัฐในการสนับสนุนเกษตรกร และชุมชน หันมาปลูกข้าวเพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ เพื่อใช้เป็นพันธุ์ข้าวปลูกในอนาคต” ดร.สุเมธ กล่าว
ทั้งนี้ ได้มีการสร้างไซโลสำหรับเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ 2 แห่งคือ ที่ อ.พุทธบาท จ.สระบุรี และที่ จ.สุรินทร์ ที่กำลังจะเปิดใหม่เร็วๆ นี้ ขนาด 40 ตัน เพื่อใช้สำหรับเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้หมุนเวียน และในอนาคตจะส่งเสริมในพื้นที่ภาคใต้ จ.พัทลุง เพื่อให้เกษตรกรรู้จักการปลูกข้าวพันธุ์ ซึ่งการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์นั้นเพื่อให้เกษตรกรสามารถยืนบนขาของตนเองได้และอนาคตจะมีความยั่งยืนในอาชีพ
สำหรับข้าวพันธุ์ที่มูลนิธิฯ สนับสนุนช่วยเหลือการปลูกในด้านวิชาการนั้น เกษตรกรสามารถขายเมล็ดพันธุ์ให้กับบุคคลทั่วไปและขายคืนให้กับมูลนิธิฯ ได้ เพราะหากให้มูลนิธิฯ ซื้อทั้งหมดคงไม่ไหว เนื่องจากต้องใช้เงินจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์เพื่อยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งเมล็ดพันธุ์ที่รับซื้อไว้นั้น เพื่อนำไปหมุนเวียนแจกจ่ายให้เกษตรกรที่ประสบภัย หรือยากจนและต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้เกษตรกรที่ขาดโอกาสได้เข้าถึงเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี
ดร.สุเมธ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันไทยมีปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวมาก ทั้งในเรื่องคุณภาพและปริมาณ เห็นได้จากหลายพื้นที่เกษตรกรเจอปัญหาข้าวดีดข้าวนก กันมาก ทั้งที่ซื้อจากร้านค้ามีมาตรฐาน แต่อีกทางหนึ่งคือพ่อค้าเร่ ประกอบกับโครงการรับจำนำของรัฐที่ตั้งราคาสูงทำให้เกษตรกรไม่ค่อยสนใจที่จะปลูกข้าวให้ดี หรือปลูกข้าวพันธุ์เพราะต้องใส่ใจมากดูแลมากไม่ให้มีข้าวอื่นมาปน
“การเร่งปลูก เร่งขาย จะทำให้ชาวนาขาดการพัฒนาข้าวให้ดียิ่งๆ ขึ้น จึงเห็นว่าเรื่องส่งเสริมการปลูกเมล็ดพันธุ์ข้าว รัฐโดยกระทรวงเกษตรฯ ต้องให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เพราะลำพังมูลนิธิฯ คงจะเกินกำลัง”
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่รัฐบาลต้องมีมาตรการเชิงรุกเขามาดูแล คือ เมื่อไทยเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว ข้าวไทยจะอยู่ที่จุดไหน โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพข้าวที่ปัจจุบันไทยเป็นหนึ่งมาตลอด แล้วเราจะรักษาคุณภาพเหล่านั้นไว้ได้อย่างไร
ทั้งนี้ มูลนิธิชัยพัฒนาได้มีการสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในหลายจังหวัด เช่น จ.พิจิตร พิษณุโลก พะเยา สุโขทัย ลพบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี พัทลุง และสมุทรสาคร ให้ดำเนินการผลิตเมล็ดข้าวพันธุ์ดี เพื่อให้เกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีไว้ใช้ในการเพาะปลูกของตนเอง ซึ่งหากเกษตรกรมีศักยภาพเพิ่มขึ้นก็จะสามารถรวมกลุ่มผลิตเพื่อการค้าของชุมชนนั้นๆ ได้
ปัจจุบันประเทศไทยต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวปีละประมาณ 1.2 ล้านตันต่อปี แต่ภาคราชการมีกำลังการผลิตประมาณ 4 แสนตัน ดังนั้นการสนับสนุนการปลูกเมล็ดพันธุ์ข้าวของมูลนิธิชัยพัฒนาจะเป็นอีกหนึ่งทางรอดของอนาคตข้าวไทย
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลมอบให้กระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าภาพ ในการระดมความเห็นทุกภาคส่วนในการพัฒนาข้าวตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลาย ทั้งด้านการผลิต ด้านการตลาด และด้านการบริหารจัดการโครงสร้างการแบ่งปันรายได้ โดยมีเป้าหมายการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต ปัญหาการรักษาพื้นที่ปลูกข้าว ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการออก พ.ร.บ.คุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม โฉนดที่ดินทำกิน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการจัดที่ดิน ทำกินให้เกษตรกรตามรายภูมิภาค การเร่งผลักดันการออกโฉนดชุมชน การจัดโซนนิ่งกำหนดพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งในอนาคตจะมีการ บูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงและหน่วยงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดทิศทางการทำงานและแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น







