posttoday
ครึ่งปีอลิอันซ์ฯขายกระหน่ำ

ครึ่งปีอลิอันซ์ฯขายกระหน่ำ

16 สิงหาคม 2556

ฟันกำไร6เดือนอู้ฟู้ตั้งเป้าสิ้นปี2.7พันล้านเร่งเครื่องเน้นขายประกันผ่านตัวแทนเพิ่ม

ฟันกำไร6เดือนอู้ฟู้ตั้งเป้าสิ้นปี2.7พันล้านเร่งเครื่องเน้นขายประกันผ่านตัวแทนเพิ่ม

อลิอันซ์ฯ ประกันชีวิต ดันตัวแทนสร้างยอดขายเพิ่ม หวังสิ้นปีกำไรทะลุเป้า 2,700 ล้านแน่

นายไบรอัน สมิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่าในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำกำไรได้ 1,000 ล้านบาท โดยทำเบี้ยรับปีแรกได้ 2,400 ล้านบาท เติบโต 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำเบี้ยรับรวมได้ 1.13 หมื่นล้านบาท เติบโต 12%

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัททำเบี้ยรับปีแรกได้ 1,287 ล้านบาท เติบโต 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเบี้ยรับรวมทำได้ 5,768 ล้านบาท เติบโต 12%

“ช่วงครึ่งปีหลังนี้คงไม่มีปัจจัยลบอะไรมากระทบต่อยอดขายของเราแน่ จึงมั่นใจได้ว่าปีนี้ตัวเลขทั้งหมดจะทำได้เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยรับรวมที่เคยตั้งไว้ 2.5 หมื่นล้านบาท และเบี้ยรับปีแรก 5,600 ล้านบาท หรือเติบโต 22% ส่วนกำไรก็ตั้งไว้ที่ 2,700 ล้านบาท” นายสมิธ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เบี้ยรับปีแรกจะมาจากช่องทางตัวแทนมากที่สุดทำเบี้ยได้ 600 ล้านบาท เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ช่องทางธนาคารทำเบี้ยได้ 360 ล้านบาท เติบโต 18% ช่องทางขายตรงทำเบี้ยได้ 307 ล้านบาท เติบโต 36% ซึ่งช่องทางนี้บริษัทยังเป็นตลาดอันดับหนึ่ง ส่วนที่เหลือเป็นช่องทางประกันกลุ่มทำเบี้ยได้ 21 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์หลังจากนี้บริษัทยังคงเน้นการเติบโตทุกช่องทาง แต่จะให้น้ำหนักกับช่องทางตัวแทนเป็นหลัก โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้เป็น 55% จากปัจจุบันทำได้ 48% ด้วยการใช้ศูนย์อบรมทั้ง 3 แห่ง เป็นตัวผลักดัน จากปัจจุบันที่มีตัวแทนอยู่ 1.6 หมื่นคน โดยเฉพาะยอดขายตัวแทนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เติบโตสูงมาก

นายสมิธ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนกรมธรรม์ 1.4 ล้านฉบับ แต่มีจำนวนลูกค้า 9.6 แสนราย โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนฐานลูกค้าในต่างจังหวัดให้เป็น 55% และกรุงเทพฯ 45% จากปัจจุบันฐานลูกค้าต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ มีสัดส่วนเท่ากันอย่างละ 50%

ล่าสุดบริษัทได้ใช้แบบทดสอบ 3 มาตรการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าเรื่องความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดยได้สมมุติฐานเหตุการณ์ขึ้นในกรณีที่ตลาดหุ้นติดลบ 40% ดอกเบี้ยปรับลดลง 2% และมีการผิดนัดชำระหนี้กับบริษัท พบว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้เงินกองทุนปรับลดลงไปอยู่ที่ระดับระดับ 19,000-20,000 ล้านบาทเท่านัน ขณะที่ปัจจุบันบริษัมีเงินกองทุนอยู่ 20,536 ล้านบาท สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด 373% หรือที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีแค่ 5,503 ล้านบาท

นายสมิธ กล่าวว่า บริษัทมีสินทรัพย์ลงทุนอีก 1.1 แสนล้านบาท และมีสัดส่วนถึง 96% ลงทุนในรูปแบบพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีความมั่นคงสูงส่วนที่เหลือถึงเป็นการลงทุนในตราสารทุน และคาดว่าปีนี้จะได้รับผลตอบแทนที่ 4.5% ดังนั้นจึงสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่