
การสื่อสารของผู้นำในภาวะวิกฤต
งานบางชนิดมีวิกฤตเกิดขึ้นภายในได้ทุกวัน ธุรกิจบางชนิดจึงมักเตรียมผู้นำให้สามารถสื่อสารได้ดีในภาวะเช่นนี้ รวมถึงกำหนดไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าท่านหนึ่งไม่อยู่ประจำการ ใครคือคนที่จะพูดแทน ในขณะที่ธุรกิจบางชนิดไม่ค่อยเผชิญวิกฤต จึงไม่ได้เตรียมการอะไรมากนัก บางธุรกิจอาจเกิดวิกฤติภายในได้ยาก แต่อาจมาจากผลกระทบจากภายนอก เช่น เกิดเหตุการณ์โรคระบาด เหตุการณ์ไม่สงบของบ้านเมือง
งานบางชนิดมีวิกฤตเกิดขึ้นภายในได้ทุกวัน ธุรกิจบางชนิดจึงมักเตรียมผู้นำให้สามารถสื่อสารได้ดีในภาวะเช่นนี้ รวมถึงกำหนดไว้ล่วงหน้าว่า ถ้าท่านหนึ่งไม่อยู่ประจำการ ใครคือคนที่จะพูดแทน ในขณะที่ธุรกิจบางชนิดไม่ค่อยเผชิญวิกฤต จึงไม่ได้เตรียมการอะไรมากนัก บางธุรกิจอาจเกิดวิกฤติภายในได้ยาก แต่อาจมาจากผลกระทบจากภายนอก เช่น เกิดเหตุการณ์โรคระบาด เหตุการณ์ไม่สงบของบ้านเมือง
ถึงแม้ท่านผู้บริหารทั้งหลายต้องเผชิญกับการแก้ปัญหาต่างๆ มากมาย ท่านก็ยังคงต้องทำหน้าที่ผู้นำที่ดีในภาวะวิกฤต ยิ่งในภาวะเช่นนี้บุคลากรยิ่งมองถึงความเป็นผู้นำของท่าน สิ่งที่ท่านลืมไม่ได้โดยเฉพาะภาวะเช่นนี้คือ
1.สื่อสารบ่อยขึ้น
ให้ข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด อย่าบิดเบือนข้อมูล เพราะจะเป็นการสร้างความไม่เชื่อใจกัน และทำให้ท่านไม่ได้รับความร่วมมือ ขณะเดียวกันต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของมุมมองเชิงบวก และมุ่งหวังในอนาคตที่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ให้มีหลายช่องทางให้บุคลากรสอบถามข้อมูลและข้อเท็จจริงได้
นอกจากนี้ ควรเสนอความช่วยเหลือให้บุคลากร หรือเปิดทางให้บุคลากรได้ร่วมช่วยเหลือผู้อื่น พร้อมฟังและเก็บข้อมูล ความคิดเห็นต่างๆ อย่างเปิดใจทำความเข้าใจกับบุคลากรล่วงหน้าว่าเราอาจต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ไม่ได้เป็นที่นิยมชมชอบของทุกๆ คน หรือตรงกับที่ทุกคนคาดหวัง
ขณะเดียวกัน ต้องคำนึงถึงบุคลากรที่ไม่ใช่คนไทยด้วย พวกเขาอาจมีความกังวลต่างจากคนไทย และใครจะเป็นผู้ให้ข้อมูลที่ดีและต่อเนื่องกับพวกเขาได้ การดูแลบุคลากรต่างชาติดั่งเขาเป็นคนไทย จะทำให้พวกเขามองเห็นภาวะผู้นำขององค์กร และเชื่อมั่นในองค์กรมากขึ้น ในอดีตที่ดิฉันมีบุคลากรต่างชาติในความดูแล เมื่อเกิดวิกฤตรุนแรงจะเปิดโอกาสให้เขาได้โทรติดต่อกับญาติพี่น้องที่มีความห่วงใย โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสื่อสารให้ ในปัจจุบันยิ่งง่ายขึ้น เพราะมี Skype หรือเครื่องมือสื่อสารที่คุยทาง Online ได้แล้ว
2.พัฒนาทางเลือกต่างๆ โดยเข้าใจรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
ประเมินข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือกในการตัดสินใจ ในขณะที่ต้องโฟกัสไปที่เป้าหมายหลัก และทำความเข้าใจกับทีมงาน ให้มีเป้าหมายตรงกัน เมื่อคิดว่าตัดสินใจในทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว อธิบายให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจถึงการตัดสินใจนั้น
สำหรับในองค์กร หากท่านทำให้คนมีส่วนร่วมในการให้ความคิดเห็นมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้พวกเขาโฟกัสในเป้าหมายหลักขององค์กรมากขึ้น ไม่ใช่เป้าหมายส่วนตัว
3.อย่ามองข้ามผู้ต่อต้านและผู้คร่ำครวญที่ได้รับผลกระทบ
ควรให้เวลาพูดคุยและพยายามขอการสนับสนุนและความร่วมมือจากพวกเขา ในภาวะเช่นนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะสร้างศัตรูมากขึ้น
4.ปล่อยอดีตให้ผ่านไป
หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น อย่าเสียอารมณ์หรือพลังงานในการมานั่งกลุ้มใจกับอดีตที่เปลี่ยนไม่ได้ รักษามุมมองและแผนในอนาคตให้ดีที่สุดดีกว่า อีกทั้งควรผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดในทีมบ้าง เพราะถ้าท่านไม่ยิ้มหรือหัวเราะบ้าง ทีมของท่านก็หมดกำลังใจได้เช่นกัน
สิ่งสำคัญคือบุคลากรต้องเห็นได้ว่า ท่านใส่ใจกับวิกฤตนี้อย่างตลอดรอดฝั่ง พวกเขาต้องเห็นว่าท่านไม่ได้ทอดทิ้ง หรือมองข้ามความลำบากต่างๆ ที่เขาต้องเผชิญ







