
เกษตรฯลุ้นพายุเติมน้ำเขื่อนหวั่นชาวนาฮึ่มงดทำนาปรัง
เกษตรฯ วางแผนพืชฤดูแล้ง รับมือน้ำเขื่อนไม่กระเตื้อง
เกษตรฯ วางแผนพืชฤดูแล้ง รับมือน้ำเขื่อนไม่กระเตื้อง
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญยังอยู่ในสภาวะวิกฤตแม้จะเข้าฤดูฝนมาถึงเดือน ส.ค.แล้วก็ตาม และหากไม่มีพายุใดๆ เข้ามาประเทศไทยตรงๆ สัก 2 ลูกตามที่คาดไว้ จะทำให้พื้นที่ลุ่มภาคกลางลุ่มเจ้าพระยาอาจจะต้องถึงกับงดทำนาปรัง
ทั้งนี้ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ฤดูแล้งในอีก 23 เดือนข้างหน้า ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมวางแผนส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้งปี 2556/2557 เพราะหากไปเตรียมตัวใกล้ๆ จะเกิดปัญหาได้ โดยเฉพาะด้านเมล็ดพันธุ์ เช่น ข้าวโพด หรือพืชตระกูลถั่ว
“หากไม่มีพายุเข้าไทยตรงๆ สัก 2 ลูกตามคาด เดือน พ.ย.นี้จะเดือดร้อนแน่นอน และขณะนี้ได้ให้กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตรไปร่วมกันเตรียมแผน และให้กรมฝนหลวงขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงต่อเนื่องเมื่อมีโอกาส โดยเฉพาะบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำภูมิพลและสิริกิติ์ รวมทั้งอ่างเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีปริมาณน้ำน้อยเช่นกัน” นายยุคล กล่าว
นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแต่ละปีจะมีน้ำทำนาปรังได้ปีละประมาณ 68 ล้านไร่ แต่ปีนี้น้ำน้อยมาก ซึ่งหากมีพายุเข้า 2 ลูกตามคาด อย่างดีที่สุดจะมีน้ำทำนาได้ไม่เกิน 3 ล้านไร่ แต่หากไม่เป็นไปตามคาดก็อาจจะต้องงดทำนาปรัง และส่งเสริมปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเขียว
“กังวลกับสถานการณ์ในขณะนี้มาก ยิ่งใกล้จะหมดฤดูฝนก็ยิ่งกังวลกันมาก เพราะจนถึงขณะนี้รัฐบาลยังยืนยันราคารับจำนำข้าวในราคาเดิมที่ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน เป็นแรงจูงใจให้ชาวนาทำนาต่อ หากวางแผนไม่ดี ม็อบชาวนาเกิดขึ้นแน่นอน” นายฉลอง กล่าว
ทั้งนี้ ณ วันที่ 12 ส.ค. 2556 พบว่า เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำใช้การได้ 497 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 4% ของความจุ เขื่อนสิริกิติ์ 1,136 ล้าน ลบ.ม. หรือ 12% ของความจุ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 248 ล้าน ลบ.ม. หรือ 9.92% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 108 ล้าน ลบ.ม. หรือ 14% ของความจุอ่าง







