
จ่อเพิ่มศูนย์ฝึกอาชีพ
ดึงโรงเรียนนอกระบบร่วมโครงการเสริมทักษะปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่
ดึงโรงเรียนนอกระบบร่วมโครงการเสริมทักษะปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่
สช.เปิด 42 ศูนย์ฝึกอาชีพในโรงเรียนนอกระบบ เสริมความรู้คนทั่วไปหวังสร้างงานรับเออีซี
นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2556 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีแผนจะเปิดศูนย์ฝึกอบรมอาชีพในโรงเรียนนอกระบบ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค จำนวน 42 แห่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาอาชีพให้กับผู้ประกอบการ บุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มสตรีแม่บ้านที่สนใจเรียนรู้วิชาชีพเพิ่มเติม รวมทั้งยังเป็นการยกระดับคุณภาพแรงงานวิชาชีพเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่ทั้งตลาดแรงงานและเศรษฐกิจจะเปิดกว้างมากขึ้น
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมอาชีพ คือ กำหนดให้มีศูนย์ฝึกอบรมอาชีพ 1 ศูนย์ต่อ 1 โรงเรียน โดยโรงเรียนเอกชนนอกระบบต้องผ่านเกณฑ์ประกันคุณภาพภายใน มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่พร้อมสำหรับตั้งศูนย์ฝึกอบรมอาชีพในสาขาวิชาที่ขอเปิด และต้องมีผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ศูนย์อย่างละ 1 คน รวมทั้งวิทยากรฝึกอาชีพที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับ
ขณะเดียวกัน การเปิดศูนย์ฝึกอบรมอาชีพจะต้องไม่กระทบต่อการเรียนตามปกติของสถาบันนั้นๆ ใช้เวลาเรียนรวมไม่เกิน 45 ชั่วโมง แต่ละหลักสูตรจะมีผู้เข้าอบรมไม่น้อยกว่า 10 คน โดย สช.จะสนับสนุนค่าวิทยากรชั่วโมงละ 600 บาท เพื่อเปิดสอนให้ผู้ที่สนใจได้เรียนฟรีหรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
สำหรับหลักสูตรประเภทวิชาชีพที่เปิดสอน แบ่งเป็น กลุ่มทักษะเฉพาะทาง เช่น เสริมสวย เย็บผ้า ผสมเครื่องดื่ม กลุ่มส่งเสริมการสร้างอาชีพ เช่น คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ภาษาต่างประเทศ บัญชี เป็นต้น หากสถานศึกษาใดสนใจเข้าร่วมจัดศูนย์ฝึกอบรมอาชีพก็สามารถเสนอโครงการและหลักสูตรอาชีพที่จะเปิดสอนมาที่สช.ส่วนภูมิภาค
“เราตั้งเป้าไว้ว่าจะให้โรงเรียนอาชีวะและโรงเรียนนอกระบบในสังกัด สช.ช่วยพัฒนาบุคลากร ซึ่งอาจจะช่วยจุดประกายให้เกิดเป็นอาชีพเสริมหรือใช้พัฒนาฝีมือในหลักสูตรวิชาชีพที่ประชาชนสนใจได้” นายบัณฑิตย์ กล่าว
นอกจากนี้ สช.จะเปิดสอนภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้านที่ผู้สนใจเข้าฝึกอบรมวิชาชีพในแต่ละศูนย์ฝึกอบรมอาชีพสนใจควบคู่กันไปด้วย เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและปูพื้นฐานความรู้เบื้องต้นให้แก่กลุ่มแม่บ้านให้สามารถนำไปประกอบอาชีพและทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านหลังเปิดเออีซี
ปัจจุบัน โรงเรียนสอนอาชีพเปิดให้บริการในสาขาที่หลากหลายมากขึ้น เช่น โรงเรียนสอนทำสปา โรงเรียนสอนผู้ช่วยพยาบาล และโรงเรียนสอนทำบัญชี จากเดิมที่ส่วนใหญ่สอนเฉพาะอาชีพเสริมสวย ตัดเย็บเสื้อผ้า และทำอาหาร







