
หวั่นเศรษฐกิจโตต่ำ 4% ไตรมาส 2 วูบชุมนุมวุ่น
ในรอบสัปดาห์นี้ แวดวงตลาดการเงินสนใจติดตามสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจจะกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี)
ในรอบสัปดาห์นี้ แวดวงตลาดการเงินสนใจติดตามสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจจะกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ใกล้ชิดมากขึ้น โดยนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า เริ่มติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อดูแลผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลในวันที่ 110 ส.ค.นี้
ทั้งนี้ หากมีเหตุการณ์รุนแรงมีการปะทะกันถึงบาดเจ็บล้มตาย อาจทำให้จีดีพีปีนี้ขยายตัวไม่ถึง 4% ตามที่คาดไว้ก็เป็นได้ แต่ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน จึงไม่ต้องมีมาตรการรองรับเตรียมไว้ อย่างไรก็ตามการชะลอลงของเศรษฐกิจในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปีงบประมาณ 2556 รัฐยังสามารถจัดเก็บรายได้ได้เกินเป้าอยู่ 8 หมื่นล้านบาท
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสศค. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในไตรมาส 2 ยังขยายตัวแผ่วลงอย่างต่อเนื่อง ดัชนีสำคัญติดลบทั้งการส่งออก การบริโภค และการลงทุน ทำให้เศรษฐกิจโตต่ำกว่า 4%
จากข้อมูลล่าสุด เศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้ 4% แต่มีข้อแม้ว่าหลังจากนี้จะต้องขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4.4% หากรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจโตได้ตามเป้า มีกระสุนต้องยิงแหลก ถ้าต้องการกระสุนเพิ่ม ต้องเร่ง พ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท และ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพราะถือว่าจำเป็นกับการขยายตัว
เศรษฐกิจไตรมาส 2 วูบหนัก
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในไตรมาส 2 ปีนี้ ขยายตัวต่ำกว่า 4% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากภาคส่งออกติดลบ 1.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 4.5% ซึ่งเป็นผลจากจีนสั่งซื้อสินค้าลดลงมาก ทำให้การลงทุนที่เกี่ยวเนื่องติดลบ 2.7% การบริโภคภาคเอกชนติดลบ 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่หากเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนยังขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.9%
“ธปท.คาดว่าในช่วงไตรมาส 34 เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นได้ เนื่องจากรายได้ยังดี การจ้างงานต่ำ บวกกับภาคการท่องเที่ยวก็ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง”
รัฐบาลเดินหน้ากู้ 2 ล้านล้านบ.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมวงเงินไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท จะไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นวิธีที่ทำกันมาตลอด โดยการลงทุนภายใต้ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาททุกโครงการต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ว่าคุ้มค่าหรือไม่ก่อนลงทุน แม้ว่าก่อนหน้านี้หลายฝ่ายกังวลว่า การลงทุนวงเงิน 2 ล้านล้านบาทอาจสะดุด
คู่ค้าไทยนิยมใช้เงินบาท
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท. ระบุว่า ปัจจุบันการค้าขายของไทยกับต่างประเทศ โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศอาเซียนเริ่มหันมาใช้เงินสกุลท้องถิ่น และเริ่มชำระเป็นเงินสกุลบาท แทนการใช้เงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งเปลี่ยนแปลงเร็วและผันผวน
“การที่คู่ค้าของไทยเริ่มยอมรับและตกลงราคาซื้อขายสินค้าเป็นเงินบาทมากขึ้น ช่วยให้ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยดีขึ้นด้วย”
ดีเดย์ลดค่าทวงหนี้
นายสุขดี จงมั่นคง ประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สมาชิกชมรมจะทยอยปรับลดค่าธรรมเนียมการติดตามหนี้กรณีที่ลูกค้าชำระล่าช้ากว่ากำหนดที่ปัจจุบันเรียกเก็บอยู่ 250350 บาทต่อรายการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ บริษัทในเครือกรุงศรีคอนซูมเมอร์ทั้งหมด ประเดิมปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการติดตามหนี้ลง จาก 250 บาทต่อรายการ เหลือ 200 บาท
ส่ง ‘อำพน’ ชิงประธาน ธปท.
รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงการคลังได้เสนอนายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย เป็นประธานกรรมการ ธปท. เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมแทนนายวีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง ที่หมดวาระ







