
กสอ.เร่งดันอุตเซรามิกไทย
บุกหาตลาดใหม่จีนตอ.กลางอินเดีย ยกระดับเป็นของฝากนักท่องเที่ยว
บุกหาตลาดใหม่จีนตอ.กลางอินเดีย ยกระดับเป็นของฝากนักท่องเที่ยว
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยกเครื่องใหม่เซรามิกไทย พร้อมหาตลาดส่งออก วางเป็นของฝากนักท่องเที่ยว
โรดโชว์ วางเป้าเซรามิคเป็น สินค้าของฝากยอดนิยมของต่างชาติ
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ปรับยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิกของประเทศไทยใหม่ โดยกรมจะทำหน้าที่เชิงรุกมากขึ้น มุ่งส่งเสริมให้อุตสาหกรรมเซรามิกมีโอกาสขยายตลาดในต่างประเทศ กระตุ้นให้ผู้ประกอบการไปแสดงสินค้า (โรดโชว์) และจับคู่ธุรกิจใหม่กับต่างประเทศโดยเฉพาะอาเซียน
นอกจากนี้ ต้องการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เซรามิก กลายเป็นสินค้ายอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ต้องซื้อเป็นของฝากกลับไปประเทศทุกครั้ง โดยการส่งเสริมให้จัดงานแสดงสินค้าในหัวเมืองหลักของไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสนใจ และเพิ่มช่องทางการขายใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการเซรามิกไทยที่มีกว่า 700 โรงงาน
ทั้งนี้ จะหาตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย โดยตลาดที่มีศักยภาพเติบโตดี ได้แก่ ตะวันออกกลางในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองดูไบ ตลาดจีน และอินเดีย มีประชากรมากกว่า 1,000 ล้านคน หากสามารถขยายตลาดไปยังกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงได้ในสัดส่วน 10% หรือประมาณ 100 ล้านคน จะส่งผลดีให้อุตสาหกรรมเซรามิกของไทยมีตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์เซรามิกของไทยมีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท คาดว่ายังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะตลาดในประเทศ ที่มีความต้องการซื้อสูงมากในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่วนตลาดส่งออกมีมูลค่า 2,0003,000 ล้านบาท คาดว่าจะเติบโตได้ 1% โดยช่วง 5 เดือนแรก ส่งออกติดลบ 1.89% จากตลาดในยุโรปและสหรัฐหดตัวลงแต่ในขณะนี้แนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวมากขึ้นแล้ว รวมทั้งตลาดส่งออกหลักในประเทศญี่ปุ่นที่ยังขยายตัวดีอยู่
ดังนั้น กรมมี 40 โครงการเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมเซรามิกของไทย ทั้งโครงการยกระดับความสามารถแข่งขัน โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โครงการลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ และโครงการพัฒนาผู้ประกอบการให้เข้มแข็งเพื่อแข่งขันในตลาดอาเซียน เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมทั้งวางเป้าหมายให้ จ.ลำปาง เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซรามิกไทยและอาเซียน
นางอรพรรณ ตันติวีรสุต ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิก จ.ลำปาง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ภาพรวมผู้ประกอบธุรกิจเซรามิกใน จ.ลำปาง มีจำนวน 200 โรงงาน และไม่มีโรงงานใดที่ปิดตัวลงในปีนี้ จากผลการปรับขึ้นค่าแรงต่อวัน 300 บาท และการปรับขึ้นราคาแก๊สหุงต้ม มีเพียงโรงงานขนาดใหญ่ 1 แห่งที่ปิดตัวในปีก่อน เป็นผลจากการปรับเปลี่ยนผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ประกอบการสามารถปรับตัวรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ด้วยการปรับกำลังการผลิตให้เหมาะสมกับยอดคำสั่งซื้อ ปรับขนาดธุรกิจให้เล็กลง แม้ว่าจะมีกำไรลดลงเล็กน้อยก็ตาม
สำหรับการจัดตั้งศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิกหัตถอุตสาหกรรม ที่ จ.ลำปาง เพื่อเพื่อให้เป็นศูนย์กลางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เซรามิกที่ใหญ่สุดในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย มีพื้นที่ 19 ไร่ และมีร้านค้ารวม 40 ร้านค้านั้น มีเป้าหมายจะกระตุ้นให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการและซื้อสินค้ามากขึ้นเพราะที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการยังมีน้อยอยู่
ทางด้านโรงงานเซรามิกในประเทศไทยมีจำนวน 700 โรงงาน ไม่มีโรงงานใดที่ปิดตัวลงเช่นกัน และมีโรงงานใหม่ที่เปิดกิจการจำนวน 1 แห่งโดยอุตสาหกรรมเซรามิคของไทยมีการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง







