
โตโยต้ายึด‘เอเชีย’
ตั้งมั่นฐานการผลิตวิจัยรถยนต์โลกขยายธุรกิจตลาดอาเซียนต่อเนื่อง
ตั้งมั่นฐานการผลิตวิจัยรถยนต์โลกขยายธุรกิจตลาดอาเซียนต่อเนื่อง
โตโยต้า วางเอเชียเป็นบ้านหลังที่ 2 ด้านการผลิตและอาร์แอนด์ดี พร้อมขยายธุรกิจในอาเซียนต่อเนื่อง
นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “Asia Driving the World” ว่า โตโยต้าวางกลยุทธ์ของบริษัทในภูมิภาคเอเชีย โดยจะให้เป็นบ้านหลังที่ 2 ในแง่การเป็นโรงงานและฐานการผลิตรถยนต์ รวมถึงสร้างความเข้มแข็งให้การวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) โดยจะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานอาร์แอนด์ดีหลักของภูมิภาค
ขณะเดียวกัน บริษัทจะส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน เช่น การให้ความร่วมมือกับรัฐบาลของแต่ละประเทศ พัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ยังจะเพิ่มการทำวิจัยและพัฒนา ตลอดจนส่งเสริมด้านยานพาหนะแห่งอนาคต เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า
สำหรับการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน โตโยต้าไม่ได้มองเพียงประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เท่านั้น แต่ยังเห็นลู่ทางขยายธุรกิจในเวียดนาม ลาว กัมพูชา ที่สามารถเป็นฐานการผลิตซัพพลายเชนได้ในอนาคตด้วย
ทั้งนี้ ตลาดเอเชียเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งในปี 2555 ขยับขึ้นมาเป็นตลาดอันดับ 4 และ 5 ของโลกตามลำดับ รองจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน ขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาคต่างมีอัตราการขยายตัวอย่างสูง เช่น อินเดีย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
“เอเชียเป็นตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และการผลิตรถยนต์มากกว่า 50% อยู่ในเอเชีย ซึ่งในอนาคตภูมิภาคนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของโลก” นายทานาดะ กล่าว
ขณะที่กลุ่มสินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงในภูมิภาคนี้ คือ รถยนต์ขนาดเล็ก และรถยนต์อเนกประสงค์ โดยในปี 2553 สัดส่วนยอดขายรถยนต์ในตลาดเกิดใหม่ของเอเชียอยู่ที่ 40% ขณะที่ตลาดญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา มีสัดส่วน 60% ซึ่งคาดว่าในปี 2558 สัดส่วนยอดขายของทั้งสองตลาดจะเท่ากันที่ 50%
นอกจากนี้ สัดส่วนการเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียยังอยู่ในระดับต่ำ หากเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว จึงมีศักยภาพสูงที่จะขยายตลาดได้อีกในอนาคต







