posttoday
“เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก” เอ็มดีสหการประมูล

“เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก” เอ็มดีสหการประมูล

24 กรกฎาคม 2556

บริษัท สหการประมูล (AUCT) ซึ่งประกอบธุรกิจการประมูลสินค้าประเภทรถยนต์ ภายใต้การบริหารของ “เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 9 ส.ค.นี้แล้ว แต่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับผู้บริหารคนนี้ในฐานะนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือผู้ดำเนินรายการทางสื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์ในวงการตลาดทุนมานาน

บริษัท สหการประมูล (AUCT) ซึ่งประกอบธุรกิจการประมูลสินค้าประเภทรถยนต์ ภายใต้การบริหารของ “เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 9 ส.ค.นี้แล้ว แต่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับผู้บริหารคนนี้ในฐานะนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือผู้ดำเนินรายการทางสื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์ในวงการตลาดทุนมานาน

“เอกพิทยา” จบนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งปกติจะท่องมาตราและมีการสอบเพียงครั้งเดียวปลายภาค ทำให้ช่วงเวลาระหว่างเรียนได้ติดตามพ่อไปห้องค้าหุ้น จึงตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดหรือมาร์เก็ตติ้งให้ได้ เพราะมีเงินเดือนสูงถึง 7,000 บาท หลังจากนั้นได้ตั้งใจเรียนให้จบภายใน 3 ปี แม้เกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลางก็ตาม

เริ่มงานแรกเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ แต่ได้เงินเดือนน้อยกว่าเด็กที่จบจากมหาวิทยาลัยรัฐบาล จากนั้นก็มีหน้าที่และความรับผิดชอบที่ครอบคลุมงานด้านฟรอนต์ออฟฟิศมากขึ้น ตั้งแต่งานเจ้าหน้าที่การตลาด นักกลยุทธ์ นักวิเคราะห์ทางเทคนิค และงานสนับสนุน ยกเว้นด้านบัญชีและคอมพิวเตอร์ จนตำแหน่งล่าสุดในตลาดทุนคือ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คันทรี่ กรุ๊ป

ระหว่างนั้นเขาก็เป็นที่ปรึกษาให้กับ AUCT เมื่อกรรมการผู้จัดการคนเก่าขอเกษียณ ผู้ถือหุ้นใหญ่จึงเริ่มให้ “เอกพิทยา” เข้าบริหารแทนตั้งแต่เดือน ส.ค. 2554

“ผมมองว่าการได้เข้ามาเป็นผู้บริหาร AUCT ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงงานเท่าไร เพราะลักษณะงานของบริษัทหลักทรัพย์กับสหการประมูล คือ การเป็นตัวกลางที่มีหน้าที่ให้ผู้ซื้อกับผู้ขายได้มาเจอกันและรับรายได้เป็นค่าธรรมเนียมไป ประกอบกับผมมีความชื่นชอบเกี่ยวกับรถจนเคยเปิดคาร์แคร์เมื่อสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยปี 34 และตอนเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ ก็ทำธุรกิจรถมือสองเปิดเต็นท์รถให้เช่าที่กรุงเทพฯ กับเชียงใหม่ แต่ทั้งหมดต้องยกเลิกไปเพราะตำแหน่ง หน้าที่ และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น”

เกือบ 2 ปี ที่ AUCT มีเขาเป็นแม่ทัพ ทำให้เห็นรายได้และกำไรสุทธิเติบโตขึ้น เขาบอกว่าตอนแรกรู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมบริษัทถึงไม่สามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดหรือรายได้ให้เพิ่มขึ้นได้ อุปสรรคตรงนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้เขาได้แก้ไขเป็นอย่างแรก นั่นคือต้องกระจายและขยายฐานเจ้าของทรัพย์สินของรถยนต์ในกลุ่มรถส่วนบุคคลมากขึ้น จากเดิมรับซื้อแต่เพียงกลุ่มนิติบุคคลเท่านั้น

3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ปี 2553-2555 อยู่ที่ 217 ล้านบาท 245 ล้านบาท และ 352 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 7.8 ล้านบาท 25 ล้านบาท และ 45 ล้านบาท ตามลำดับ

หลังจากนี้บริษัทต้องพยายามเพิ่มช่องว่างและขยายฐานรถมือสองในตลาดใหม่ที่ไม่มีคู่แข่ง เพราะปัจจุบัน AUCT มีการซื้อขายเพียง 4 หมื่นคันต่อปี แต่ตลาดรถมือสองอยู่ที่ 1 ล้านคันต่อปี ซึ่งแสดงว่ายังมีช่องว่างอีกมากที่บริษัทจะสามารถขยายฐานได้ อีกทั้งต้องตั้งเป้าลดต้นทุนการดำเนินงานต่างๆ ให้ได้ดีขึ้นจากปัจจุบันมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 40% และอัตรากำไรสุทธิที่ 10% ส่วนการขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านความที่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องกฎเกณฑ์ของไทยและบางประเทศห้ามนำเข้าส่งออกรถมือสอง จึงเป็นแผนในอนาคตที่บริษัทอาจจะดำเนินไปในแนวทางร่วมทุนกับบริษัทอื่น

ส่วนกรณีที่นำ AUCT เข้าจดทะเบียนการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ จุดประสงค์คือต้องการสร้างแบรนด์บริษัทให้มีความแข็งแกร่ง และถือเป็นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมแห่งที่ 2 ของโลกที่เข้าตลาดหุ้น เพราะทั้งหมดเขาเชื่อว่าการทำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะเป็นตัวบ่งบอกความน่าเชื่อถือที่ผู้ขายสินทรัพย์และผู้ซื้อสินทรัพย์จะเลือกการบริหารจาก AUCT

“เอกพิทยา” บอกว่า ที่ทำมาทั้งหมดตั้งแต่นักวิเคราะห์ ผู้บริหารธุรกิจรถยนต์ หรือผู้ดำเนินรายการทั้งทางโทรทัศน์และวิทยุ หรือแม้กระทั่งการออกหนังสือเพื่อแนะนำการลงทุน ล้วนเป็นสิ่งที่ทำเพราะต้องการเลี้ยงชีพเป็นหลัก แต่เป็นสิ่งที่เผอิญมากกว่า สิ่งที่ทำแต่ละอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เขาชอบทั้งนั้น อีกทั้งมองว่าชีวิตเป็นอยู่ตอนนั้นอะไรก็ไม่มีความแน่นอน เพราะช่วงที่หุ้นดีก็ได้โบนัส 3040 เดือน เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าไม่ดีเราก็ต้องมีอะไรรองรับความเสี่ยงไว้ด้วย

“ผมว่าการที่ผมมีพื้นฐานเป็นนักวิเคราะห์ นักกลยุทธ์ รวมถึงมีพื้นฐานการเป็นนักวิชาการอยู่ในตัว ทำให้สามารถมองปัญหาทุกอย่างและพร้อมที่จะปรับตัวกับอุปสรรคหรือข้อจำกัดต่างๆ ได้ดี”

ทั้งนี้ บริษัทต้องมีการประมูลรถในวันอาทิตย์ ทำให้เรียกได้ว่าเขาจะต้องทำงานตลอด 7 วัน แต่หากมีวันว่างเมื่อไหร่เขาก็มักที่จะชอบไปยิงปืนและขับรถเล่น เพื่อบริหารชีวิตให้มีความสมดุลมากที่สุด

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่