posttoday
‘เสรี’ขวางสมาร์ทคอนกรีตเข้าตลาด

‘เสรี’ขวางสมาร์ทคอนกรีตเข้าตลาด

24 กรกฎาคม 2556

นักลงทุนขวาง “สมาร์ทคอนกรีต” เข้าตลาด “ประทีป” มั่นใจไม่กระทบไฟลิ่ง เปิดคดีหมดเปลือก

นักลงทุนขวาง “สมาร์ทคอนกรีต” เข้าตลาด “ประทีป” มั่นใจไม่กระทบไฟลิ่ง เปิดคดีหมดเปลือก

นายนิลมล หนูสังข์ ผู้อำนวยการฝ่ายนิติกรรมและสัญญา บริษัท คิงส์ เทเลคอม เปิดเผยว่า ได้รับมอบอำนาจจาก นายเสรี จุลศักดิ์ศรีสกุล อดีตผู้ถือหุ้นบริษัท สมาร์ทคอนกรีต ทำหนังสือคัดค้านและระงับการเข้าตลาดเอ็ม เอ ไอ ของบริษัท สมาร์ทคอนกรีต เนื่องจากมีกรณีพิพาททางกฎหมายระหว่างนายเสรีกับผู้ถือหุ้นสมาร์ทคอนกรีต ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับเรื่องไว้แล้ว

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2548 สืบเนื่องจากบริษัท สมาร์ทคอนกรีต หรือชื่อเดิม คือ ออโตเครป แอเรทเต็ด คอนกรีต โปรดัก มีข้อพิพาทกฎหมายที่มีผลกระทบด้านลบต่อสินทรัพย์สูงกว่า 5% ของส่วนผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่มีการรายงานจริงตามที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ไว้กับ ก.ล.ต.

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างนายประทีป ทีปกรสุขเกษม เป็นกรรมการผู้ทำการแทนของสมาร์ทคอนกรีตกับนายเสรี ซึ่งมีข้อพิพาทกันทางกฎหมายหลายคดีเกี่ยวกับหุ้น คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลฏีกา

ตัวแทนนายเสรี กล่าวว่า สมาร์ทคอนกรีตได้ยื่นไฟลิ่ง ก.ล.ต. โดยระบุว่า ไม่มีข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจมีผลด้านลบต่อธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ และไม่มีผลกระทบทางกฎหมายที่มีกระทบต่อสัดส่วนของผู้ถือหุ้นสูงกว่า 5% แต่ฝ่ายผู้คัดค้านระบุว่า บริษัทไม่ได้รายงานข้อเท็จจริงต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพราะข้อพิพาทที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสัดส่วนผู้ถือหุ้นสูงกว่า 5% ทำให้ต้องคัดค้านเรื่องดังกล่าว เพราะนายเสรีเห็นว่าบริษัทขาดคุณสมบัติ ไม่ต้องการให้ประชาชนเข้าใจผิด

สำหรับมูลเหตุของเรื่องมาจากสมาร์ทคอนกรีตตั้งขึ้นเมื่อเดือน ม.ค. 2547 ด้วยทุนจดทะเบียน 105 ล้านบาท มีผู้ร่วมทุน 3 ส่วน คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี (CCP) สัดส่วน 40% กลุ่มซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) 40% และนายเสรี 20% โดยนายเสรีจ่ายเงิน 30% หรือ 21 ล้านบาท ของ 70 ล้านบาท ต่อมาภายหลังได้เรียกให้นายเสรีใส่เงินทุนให้เต็มหลายครั้งแต่นายเสรีปฏิเสธ จึงถูกยึดหุ้นคืนและขายทอดตลาดจนเกิดข้อพิพาท ส่วนกลุ่ม STEC ภายหลังได้ถอนเงินลงทุน

ต่อมาเดือน ธ.ค. 2547 นายเสรีไปร้องเรียนต่อสำนักกำกับดูแลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสภาวิชาชีพบัญชี เนื่องจากงบบัญชีปี 2547 ไม่มีหลักฐานการชำระหุ้นลงทุนเพิ่มของกลุ่มซิโนไทย ผู้สอบบัญชียอมรับว่า มีการปลอมบัญชีผู้ถือหุ้นเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ในการกู้เงินกับธนาคารไทยพาณิชย์

นายประทีป กล่าวยืนยันว่า มีคดีฟ้องร้องส่วนตัวของนายประทีปกับนายเสรีกว่า 20 คดี ซึ่งอยู่ในขั้นตอนศาล ยืนยันทำถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ตัดสินให้นายประทีปชนะคดี

“ข้อพิพาทระหว่างผมกับเสรีเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับสมาร์ทคอนกรีต ฟ้องกันกว่า 20 คดี ซึ่งทุกเรื่องได้แจ้งในไฟลิ่งทั้งหมด 100% ไม่มีการหมกเม็ด การเป็นบริษัทในตลาดมีกฎเกณฑ์เข้มงวด เราจะปกปิดข้อมูลไม่ได้ ตอนนี้นายเสรีไม่มีหุ้นสมาร์ทคอนกรีตเพราะถูกยึดขายตั้งแต่ปี 2549 แล้ว เป็นการขายที่ถูกต้องตามขั้นตอน ผมเชื่อว่าการคัดค้านของนายเสรีไม่มีผลกระทบกับการเข้าตลาดหุ้น เพราะทุกเรื่องเปิดเผยในไฟลิ่งหมดแล้ว รวมทั้งหุ้นที่จะขายอยู่ในช่วงไตรมาส 4 หลังจากที่ผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมา ผมเป็นคนเลื่อนเข้าตลาดเอง” นายประทีป กล่าว

นายธวัชชัย พิทยโสภณ ผู้อำนวยการ ฝ่ายงานเลขาธิการสำนัก ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.ได้รับเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาไฟลิ่งที่ยื่นมา ยังไม่มีการอนุญาตให้ขายหุ้น ซึ่ง ก.ล.ต.จะพิจารณาข้อมูลในไฟลิ่งควบคู่ไปกับข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่