
ธกส.สั่งลุยแก้หนี้เสียเกษตรกรทุกทาง
ธ.ก.ส.สั่งลุยแก้หนี้เสียที่ทะยานขึ้นมา เปิดทางแฮร์คัตลดดอกเบี้ยให้เกษตรกร 3.64 แสนราย
ธ.ก.ส.สั่งลุยแก้หนี้เสียที่ทะยานขึ้นมา เปิดทางแฮร์คัตลดดอกเบี้ยให้เกษตรกร 3.64 แสนราย
นายบุญไทย แก้วขันตี รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ตั้งเป้าลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ให้เหลือต่ำกว่า 3% จากที่มีอยู่ 3.95% และตั้งเป้าว่าจะต้องปรับลดลงให้ได้ 22.5 หมื่นล้านบาทในปีหน้า
ปัจจุบัน ธ.ก.ส.มีหนี้เอ็นพีแอลรวม 3.27 หมื่นล้านบาท จากจำนวนลูกหนี้กว่า 3.64 แสนราย
นายบุญไทย กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขหนี้เสียนั้น ขณะนี้ ธ.ก.ส.อยู่ระหว่างพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ในหลายรูปแบบ เช่น แฮร์คัต สำหรับลูกหนี้ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงหรือเสียชีวิต การขยายเวลาชำระหนี้ออกไปอีก 1 ปี พร้อมลดวงเงินชำระลง 50% และชะลอดอกเบี้ยไว้ก่อน โดยยึดสถานะเกษตรกรที่มีหนี้ค้างชำระ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2556
นายบุญไทย กล่าวอีกว่า ในรอบบัญชีปี 2555 ธ.ก.ส.แก้ไขปัญหาหนี้เสียให้เกษตรกรไปแล้ว 10,270 ราย คิดเป็นวงเงิน 1,935 ล้านบาท ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกร 1,540 ราย วงเงิน 527 ล้านบาท และลดหนี้ที่มีปัญหา 1,940 ราย วงเงิน 369 ล้านบาท
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้หารือร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสมาคมประกันวินาศภัย เพื่อหาแนวทางปรับเงื่อนไขการรับประกันข้าวในโครงการรับจำนำข้าว แก้ปัญหาทุจริตจากการสวมสิทธิ ซึ่งทำให้รัฐต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ในการชดเชยความเสียหาย
“เราได้หารือในเรื่องกรอบวงเงินในโครงการรับจำนำข้าว และปรับลดวงเงินชดเชยความเสียหาย โดยก่อนที่เกษตรกรจะได้รับใบประทวนเพื่อไปเบิกเงินกับ ธ.ก.ส.จะต้องมีส่วนประกอบ 2 อย่าง คือ หนังสือการขึ้นทะเบียนโครงการจำนำ และหนังสือการทำประกันภัย ซึ่งจะเป็นชื่อของเกษตรกรคนเดียวกัน จึงเชื่อว่าจะช่วยลดการสวมสิทธิได้ ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดจะนำเสนอต่อ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เพื่อพิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบต่อที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)” นายบุญไทย กล่าว
ทั้งนี้ โครงการรับจำนำข้าวรอบถัดไป ซึ่งเป็นการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิตปี 2556/2557 มีการปรับเงื่อนไขใหม่ โดยให้เกษตรกรที่นำข้าวเข้าโครงการรับจำนำ ต้องทำประกันภัยพืชผลทางการเกษตรในสัดส่วน 1 ต่อ 4 ของพื้นที่เพาะปลูก และต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยต่อไร่แบบรายปีในบางส่วน ซึ่งภาครัฐจะช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้ส่วนหนึ่ง หากเกิดความเสียหายจากภัยธรรมชาติเกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกัน โดยเกษตรกรแต่ละครัวเรือนนำข้าวเข้าโครงการรับจำนำได้ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อครัวเรือน และไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี
ปัจจุบัน มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศ 60 ล้านไร่ หากสามารถดึงเกษตรกรเข้าระบบได้ 1 ใน 4 ของพื้นที่เพาะปลูก จะมีเกษตรกรเข้าระบบถึง 15 ล้านไร่ สูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่าต้องมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 8 ล้านไร่ จึงจะคุ้มทุน







