
สร้างเครือข่ายไตรภาคีปั่นคนอาชีวะรับเออีซี
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบจะส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรีบางสาขาวิชาชีพ
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบจะส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรีบางสาขาวิชาชีพ ดังนั้นเพื่อเตรียมกำลังคนให้พร้อมป้อนตลาดแรงงาน อาเซียนจึงต้องร่วมมือกันเพื่อประโยชน์สูงสุด
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีแนวคิดสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาของชาติอาเซียนในรูปแบบไตรภาคี 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และเวียดนาม
ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เล่าถึงที่มาของแนวคิดนี้ว่า การเตรียมกำลังคนเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีของชาติอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของสถาบันการอาชีวศึกษาที่จะต้องเตรียมกำลังคนให้พร้อม ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำความร่วมมือกับประเทศนอกภูมิภาค แต่กลับไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการร่วมมือกับประเทศในอาเซียน
ความร่วมมือไตรภาคีครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังระหว่างสถาบันการอาชีวศึกษาในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่มีพื้นที่ติดกับประเทศลาว และสถาบันการอาชีวศึกษาลาว โดยเป็นความร่วมมือในลักษณะของการช่วยฝึกอบรมวิชาชีพให้กับครูและนักศึกษาจากลาว
ขณะเดียวกัน สถาบันการอาชีวศึกษาลาวมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยวิงห์ (Vinh) เมืองกว๋างบิ่ญ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีหน้าที่ผลิตบุคลากรด้านอาชีวศึกษาของประเทศเวียดนาม ดังนั้นจึงพูดได้ว่า ลาว คือ ตัวเชื่อมความร่วมมือครั้งนี้
ชัยพฤกษ์ มองว่า เบื้องต้น ความร่วมมือครั้งนี้จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนครูและนักศึกษาของทั้ง 3 ประเทศให้สามารถไปฝึกงาน หรือเรียนในสถาบันอาชีวะที่เป็นเครือข่าย สร้างการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว่างกัน โดยเฉพาะเวียดนามที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีการสร้างหุ่นยนต์ และเป้าหมายสุดท้ายคือ การผลิตนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งด้านคุณวุฒิ ทักษะฝีมือ และภาษาซึ่งหากทำได้สำเร็จ จะทำให้นักศึกษาอาชีวะรุ่นใหม่ เมื่อเรียนจบไปแล้วจะสามารถทำงานได้ใน 3 ประเทศ รองรับความต้องการตลาดแรงงานในอาเซียน
“อาจเริ่มต้นจากสาขาหนึ่งที่ทั้ง 3 ประเทศมีความพร้อมมากที่สุด แล้วให้นักศึกษาจากแต่ละประเทศมาเรียนร่วมกัน ผลัดกันเรียนเทอมละประเทศ โดยต้องหารือร่วมกันว่า ใครเก่งอะไรและทำอะไรได้บ้าง ซึ่งไทยมีความพร้อมด้านการฝึกงาน เพราะมีสถานประกอบการจำนวนมาก และยังสามารถสร้างรายได้ให้เด็กระหว่างฝึกงานได้ด้วย คาดว่าความร่วมมือนี้น่าจะเกิดได้ในปี 2557” ชัยพฤกษ์ กล่าว
ด้าน หนูพัน อุดสา อธิบดีกรมอาชีวศึกษาสปป.ลาว อธิบายว่า ขณะนี้ลาวกำลังปรับตัวด้านการศึกษาระดับอาชีวศึกษา โดยแนวโน้มการพัฒนาจะให้มีสถาบันการศึกษาเปิดสอนระดับอาชีวศึกษามากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันในลาวมีเด็กเรียนสายอาชีวะน้อยมาก ลาวตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2558 จะเร่งรัดให้มีกฎหมายอาชีวศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพของอาชีวศึกษา
ปัจจุบัน การศึกษาระดับอาชีวะของลาวมีปัญหาคล้ายกับไทยคือ ผลิตบุคลากรไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ค่านิยมที่ผู้ปกครองต้องการให้ลูกหลานเรียนระดับปริญญาตรีมากกว่า และคุณภาพการศึกษาที่ยังไม่ได้มาตรฐาน โดยที่ผ่านมาพยายามสร้างความเข้มแข็งให้กับอาชีวศึกษา ด้วยการร่วมมือกับภาคเอกชนด้านการฝึกงาน รวมทั้งหารือร่วมกับ 32 กลุ่มอุตสาหกรรมของลาว เพื่อจัดทำหลักสูตรให้สอดคล้องกับสิ่งที่ตลาดแรงงานต้องการมากที่สุด
ข้ามไปที่ฝั่งเวียดนาม กาง เวียด ยุ๋ง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยวิงห์ ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 15 มหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐบาลเวียดนาม บอกว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับไทยและลาวในการผลิตบุคลากรร่วมกัน โดยจะต้องหารือด้านรายละเอียด และแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นในสาขาวิชาที่จะร่วมมือกันอีกครั้ง
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยวิงห์เป็นแหล่งผลิตครูเทคนิคอาชีวศึกษา เพื่อสอนในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเวียดนาม อีกทั้งยังผลิตบุคลากรสายปฏิบัติการทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรีทั้งในและนอกระบบด้วย
ทั้งนี้ แม้ว่าการผลักดันให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษาระดับอาชีวศึกษาของทั้ง 10 ประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนจะเป็นเรื่องยาก แต่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกันของ ไทย ลาว และเวียดนาม ในรูปแบบไตรภาคีครั้งนี้ นับว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในการยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับอาชีวะให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น







