
รับเหมาฯเละเป็นโจ๊ก
ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวนต่อเนื่อง แม้ว่าวันอังคารที่ 2 ก.ค. 2556 ซึ่งเป็นวันแรกหรือการเริ่มต้นครึ่งปีหลัง
ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวนต่อเนื่อง แม้ว่าวันอังคารที่ 2 ก.ค. 2556 ซึ่งเป็นวันแรกหรือการเริ่มต้นครึ่งปีหลัง จะมีแรงซื้อนักลงทุนกลับเข้ามา ทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้ แต่กลางสัปดาห์ตลาดได้รับผลกระทบจากการกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ความไม่แน่นอนและความล่าช้าโครงการรัฐ รวมทั้งความวุ่นวายในอียิปต์ที่ดันราคาน้ำมันในตลาดโลกทะลุเหลือ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สูงสุดในในรอบกว่า 1 ปีเศษ
อย่างไรก็ดี ตลาดวันศุกร์สุดท้ายของสัปดาห์ ดัชนีปรับตัวขึ้นมาปิด 1,441.33 จุด เพิ่มขึ้น 10.45 จุด แต่ลดลงจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย 0.73%
ทั้งสัปดาห์มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 25.52% จากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ 43,999.55 ล้านบาท รายย่อยและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนสถาบันและต่างชาติขายสุทธิ
สำหรับแนวโน้มตลาดสัปดาห์หน้า (812 ก.ค.) ต้องจับตารายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ อาทิ บันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และความมั่นใจผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
ถล่มหุ้นก่อสร้างสังเวยโครงการรัฐล่าช้า
ปัญหาโครงการน้ำกว่า 3 แสนล้านบาท ที่ติดขั้นตอนต้องจัดทำประชาพิจารณ์ และนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ท้วงติงการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 เรื่อง เงินบริหารราชการแผ่นดินและส่งผลกระทบต่อหุ้นรับเหมาก่อสร้าง ทำให้หุ้นก่อสร้างถูกถล่มขายออกมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ เช่น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท ช. การช่าง (CK) และบริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) แต่วันศุกร์ท้ายสัปดาห์มีแรงซื้อกลับขึ้นมา นำโดย CK ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ราคาหุ้นในกลุ่มนี้ปรับตัวลงมาแรงเกินไปมีโอกาสฟื้นตัวได้ และหากดูตามปัจจัยพื้นฐานแล้วเป็นหุ้นที่น่าสนใจ จากงานในมือและกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น รวมถึงโครงการที่มีศักยภาพ รวมทั้งกำไรจากการขายหุ้นบริษัท ซีเค พาวเวอร์ ในสัปดาห์หน้า
ทุนญี่ปุ่นบุกไทย
ความน่าสนใจของตลาดทุนไทย กลางสัปดาห์ที่ผ่านมาพุ่งเป้าไปที่การเข้ามาร่วมทุนของทุนญี่ปุ่น ในธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) โดยกลุ่มแบงก์มิตซูบิชิ UFJ (BTMU) ที่เสนอซื้อหุ้น BAY จากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ จีอี แคปปิตอล จำนวน 1,538.36 ล้านหุ้น หรือ 25.33% จากหุ้นที่เสนอซื้อทั้งหมดของธนาคาร 6,074.14 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 39 บาท
ทั้งนี้ กลุ่ม BTMU จะตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นจากนักลงทุนทั่วไปราคาเดียวกัน 39 บาท เพื่อต้องการถือหุ้นมากกว่า 49% ซึ่งเมื่อเป็นพันธมิตรกับกลุ่มรัตนรักษ์ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BAY อีกกลุ่มหนึ่ง เพื่อร่วมกันพัฒนาธนาคารให้มีความแข็งแกร่งต่อไป
นอกจากนี้ บริษัท ไทยออยล์ (TOP) จะมีการจัดแถลงข่าวใหญ่ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ เพื่อเปิดตัวโครงการความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างเครือไทยออยล์และบริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
หุ้นใหม่ MC สอบผ่าน
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลก หุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) เจ้าของผลิตภัณฑ์ยีนส์ MC เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา สามารถฝ่าตลาดหุ้นที่ผันผวนไปได้ ขึ้นไปสูงสุด 17.7 บาท เหนือราคาจอง 2.7 บาท ก่อนจะย่อลงมาปิดล่าสุด 15.6 บาท
ด้านบริษัท MC ประกาศจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นหลังจากนี้ 2 สัปดาห์ อัตราหุ้นละ 0.225 บาท ให้กับนักลงทุน
น.ส.ปรารถนา มงคลสกุล กรรมการบริหาร MC กล่าวว่า MC จำหน่ายสินค้าหลายแบรนด์ ประกอบด้วย MC McLady McPink McMini และ Bison แต่ละแบรนด์เจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าแตกต่างกัน บริษัทมุ่งผลิตกางเกงยีนส์เพื่อกลุ่มลูกค้าระดับกลางที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 37.9% จากช่องทางจำหน่ายมากสุด 511 สาขา เป็นร้านค้าปลีก 117 สาขา และจุดขายในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ 394 สาขา
ทิ้งบอมบ์ STAR ตื่นแคชบาลานซ์
หุ้นที่ถูกกระหน่ำขายหนักท้ายสัปดาห์อีกตัว คือ บริษัท สตาร์ ซานิทารีแวร์ (STAR) เช้าลากขึ้นไป 5.3 บาท เพียงครึ่งชั่วโมงแรกถูกทิ้งตุ๊บๆ ลงมาลึก 3.76 บาท หวิดติดฟลอร์ 30% ก่อนจะมีแรงซื้อไล่กลับขึ้นไปปิด 3.88 บาท ลดลง 1.12 บาท หรือ 22.4%
ท่ามกลางความตื่นตระหนกของนักลงทุนที่กลัวการถูกวางเงินสดก่อนซื้อ (แคชบาลานซ์) เป็นปัจจัยหลักการถล่มหุ้น แต่ทุกอย่างเป็นไปตามคาดการณ์ ตลาดหลักทรัพย์สั่งวางเงินสดก่อนซื้อตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.–16 ส.ค.นี้ พร้อมกับหุ้นแอฟโซลูท อิมแพค (AIM )
แม้ว่าผู้บริหาร STAR ได้ออกมายืนยันไม่ได้มีส่วนกับราคาหุ้นที่ขึ้นหรือลง โดยเห็นว่าราคาหุ้นขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อขายของนักลงทุน ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีและต่ำกว่ากลุ่มเซรามิก ซึ่งอยู่ที่ 45 เท่า แต่ของ STAR ไม่ถึง 2 เท่า มูลค่าหุ้นทางบัญชีอยู่ 2 บาทเศษ







