
ช้าง-สิงห์เปิดศึกบุกอาเซียน
สมรภูมิรบฟองเบียร์ค่ายเบียร์ช้างและสิงห์ ดุเดือดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดต่างสาดสงครามสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
สมรภูมิรบฟองเบียร์ค่ายเบียร์ช้างและสิงห์ ดุเดือดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดต่างสาดสงครามสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ผนึกความร่วมมือระดับภูมิภาคกับทีมฟุตบอลดังจากลาลีกาลีก และพรีเมียร์ลีก เปิดศึกอุ่นเครื่อง ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกปีหน้า
สรกฤต ลัทธิธรรม ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เพื่อสร้างแบรนด์เบียร์ช้างให้แข็งแกร่งในอาเซียน โดยปีนี้ทุ่ม 1,000 ล้านบาท เป็นผู้สนับสนุนทีมบาร์เซโลนา และเรอัล มาดริด เนื่องจากลาลีกาลีกมีฐานแฟนบอลเป็นคนรุ่นใหม่อายุ 20 ปีขึ้นไป
นอกจากนี้ ยังเข้าเป็นผู้สนับสนุนทีมฟุตบอลเอฟเวอร์ตันในพรีเมียร์ลีก ซึ่งมีฐานแฟนบอล 10 ล้านคน ในยุโรป ส่วนบาร์เซโลนา มีแฟนบอลกว่า 300 ล้านคน และเรอัล มาดริด 300 ล้านคน
การจับมือระหว่างเบียร์ช้างกับบาร์เซโลนาครั้งนี้ เป็นการผนึกพันธมิตรทำตลาดระดับภูมิภาค เช่น การทำตลาดมาเลเซียและสิงคโปร์ เพราะเป็นประเทศที่มีฐานแฟนบอลบาร์เซโลนาเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังนี้ได้ทุ่มงบ 400 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ “ช้างบาร์ซ่า ปรากฏการณ์ความมันส์สนั่นจักรวาล” โดยในไทยจะนำทีมฟุตบอลบาร์เซโลนาแข่งขันกับทีมชาติไทย 7 ส.ค.นี้ รวมทั้งเปิดตัวบรรจุภัณฑ์คอลเลกชั่นพิเศษโฉมหน้านักเตะบาร์ซ่าในน้ำดื่มช้างและเบียร์ช้างเอ็กซ์พอร์ต และร่วมกับเทสโก้ โลตัส จัดโปรโมชั่นช็อปช้าง ลุ้นรับบัตรชมการแข่งขันด้วย
เป้าหมายการทำสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์เบียร์ น้ำดื่ม โซดาช้าง ให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ และภาพลักษณ์ของเบียร์ช้างที่ผ่านมามีความเป็นไทย จึงต้องการสร้างภาพลักษณ์สู่สากล เพื่อขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ได้ขยายช่องทางจำหน่ายสู่ห้างสรรพสินค้ามากขึ้น จากเดิมเจาะร้านอาหารไทย
ขณะเดียวกันยังใช้เครือข่ายจากเอฟแอนด์เอ็น สร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มเบียร์ช้าง น้ำดื่ม โซดา ในอาเซียน เพราะในอีก 34 ปีข้างหน้าตลาดอาเซียนจะมีการขยายตัวอีกมาก จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 ซึ่งจากปัจจุบันรายได้ทั่วโลกของบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ โฮลดิ้ง ราว 5,000 ล้านบาท เป็นรายได้เบียร์ช้าง 3,000 ล้านบาท
ที่สำคัญในปีหน้าจะมีการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิล บริษัทเตรียมทุ่มงบ 1,200 ล้านบาท รุกสปอร์ตมาร์เก็ตติ้งอย่างหนัก โดยแบ่งเป็น การเป็นสปอนเซอร์ฟุตบอลโลกและทำตลาดช่วงบอลโลก 600 ล้านบาท และทำตลาดทั่วไปอีก 600 ล้านบาท มั่นใจว่าจะส่งผลให้ยอดขายเบียร์ช้างเติบโต 11-12% จากสิ้นปีนี้ตั้งเป้ายอดขาย 700 ล้านลิตร เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 620 ล้านลิตร โดยช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเติบโต 78% ตามเป้าหมาย ส่วนยอดขายปีที่ผ่านมาโต 6%
สำหรับสภาพตลาดเบียร์มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท หรือ 2,200 ล้านลิตร ปีนี้เติบโต 45% แบ่งเป็นเบียร์ระดับล่างมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท สัดส่วน 85% เติบโตกว่า 10% เบียร์สแตนดาร์ด 1.2 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 10% ตลาดทรงตัว และเบียร์ระดับบน 6,000 ล้านบาท เติบโตไม่ถึง 5% ซึ่งเบียร์ช้างปีนี้ตั้งเป้ามีส่วนแบ่ง 31% เพิ่มขึ้น 12% เป็นอันดับสองของตลาด ส่วนค่ายเบียร์สิงห์ ผู้นำตลาดมีส่วนแบ่งมากกว่า 60%
ด้าน ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ เปิดเผยว่า บริษัททุ่มงบมากกว่า 500 ล้านบาท ตอกย้ำกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง นำทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเชลซี ซึ่งสิงห์เป็นโกลบอลพาร์ตเนอร์ เข้ามาแข่งนัดพิเศษในไทย ในระหว่างวันที่ 11-13 ก.ค.และ 12-18 ก.ค.นี้
บริษัทได้วางแผนการตลาดสร้างแบรนด์ระดับภูมิภาคที่ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด และเชลซี เดินสายจัดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษในเอเชียและประเทศที่เบียร์สิงห์เข้าไปทำตลาด อาทิ มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม โดยจัดโปรโมชั่นเจาะกลุ่มตัวแทนจำหน่ายเบียร์สิงห์ และกลุ่มผู้บริโภค แจกบัตรเข้าชมฟุตบอลฟรีจำนวน 500 ใบ
ทั้งนี้ กลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งในการขยายตลาดต่างประเทศ เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคภายในระยะเวลารวดเร็ว ภายใต้ขยายฐานกลุ่มแฟนทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ทั่วโลก 700 ล้านคน และเชลซี 300-400 ล้านคน เพื่อผลักดันให้ยอดขายเบียร์สิงห์ขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของเบียร์เอเชีย และ 1 ใน 20 ของโลก
นาทีนี้เป้าหมายของค่ายช้างและสิงห์ต่างมองไปถึงการสร้างแบรนด์เบียร์ไทยผงาดสู่ตลาดโลก โดยใช้สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เป็นเครื่องมือสร้างการรับรู้แบรนด์ได้รวดเร็ว แบรนด์ใดจะไต่เต้าสำเร็จต้องวัดฝีมือกันอีกหลายม้วน







