posttoday
ข้อควรรู้ของพระราชบัญญัติหารให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556(ต่อ)

ข้อควรรู้ของพระราชบัญญัติหารให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556(ต่อ)

02 กรกฎาคม 2556

เรามาติดตามเรื่องข้อสังเกตเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ร่วมทุนกันต่อนะครับ

เรามาติดตามเรื่องข้อสังเกตเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ร่วมทุนกันต่อนะครับ

3) ปัญหากรณีสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนไม่ได้มีการปฏิบัติตามพ.ร.บ.ร่วมทุน ทั้งกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่

3.1 กรณี พ.ร.บ.เก่า

ประเด็นเรื่องผลกระทบของการไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน เป็นประเด็นที่ได้ถกเถียงกันมาเป็นเวลานานในแวดวงกฎหมายว่า การที่เอกชนทำสัญญากับภาครัฐ เช่น สัญญาสัมปทานและไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนนั้น ผลทางกฎหมายของสัญญาจะเป็นเช่นไร กล่าวคือ ถ้าหากไม่ทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งในทางแพ่งถือว่าหากมีวัตถุประสงค์ที่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนแล้ว สัญญาดังกล่าวก็ย่อมเป็นโมฆะกรรม ในขณะเดียวกันสัญญาทางปกครองนั้น ได้มีคำพิพากษาฎีกาและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนนั้น ศาลปกครองหรือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงได้วินิจฉัยว่า ไม่มีผลผูกพัน

โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยกล่าวไว้ว่า แต่โครงการนั้นยังคงมีผลอยู่ตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผล โดยเงื่อนเวลาหรือเหตุอื่นผู้ที่มีอำนาจเพิกถอนคือคณะรัฐมนตรี โดยต้องพิจารณาประโยชน์ของรัฐและประโยชน์สาธารณะ และหากไม่เพิกถอนคณะรัฐมนตรีก็ควรดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน มาตรา 13 และมาตรา21 ต่อไป

3.2 กรณี พ.ร.บ.ใหม่

ในประเด็นเรื่องผลกระทบของการไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ร.บ.ใหม่ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์แนวทางการแก้ไขเอาไว้โดยผมขอสรุปแนวทางการแก้ไขโครงการที่ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน โดยแยกเป็นประเภทของโครงการดังนี้

(ก) โครงการที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีผลใช้บังคับ พ.ร.บ.เก่า คือ ปี พ.ศ. 2535 และเมื่อมีการใช้บังคับ พ.ร.บ.เก่า โครงการนั้นก็ไม่ได้มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.เก่าอีก : ในกรณีนี้ พ.ร.บ.ใหม่ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ สำหรับโครงการประเภทดังกล่าวไว้โดยชัดเจน แต่อย่างไรก็ดี ผมเห็นว่าสามารถนำหลักเกณฑ์สำหรับกรณีโครงการที่ไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.เก่ามาใช้ได้กล่าวคือ ถ้าโครงการนั้นยังไม่มีการดำเนินการระงับข้อพิพาทตามสัญญา หรือยื่นฟ้องต่อศาลให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการยกเลิก การแก้ไขสัญญาและการให้สัญญามีผลใช้บังคับต่อไป และเสนอความเห็นดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ ทั้งนี้ ในการพิจารณาให้ความเห็นนั้นต้องคำนึงถึงความต่อเนื่องในการให้บริการสาธารณะและผลกระทบต่อประชาชน (มาตรา 72)

(ข) โครงการที่เกิดขึ้น ณ ขณะที่ พ.ร.บ.เก่ามีผลใช้บังคับ แต่ไม่ได้มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.เก่า และยังไม่มีการดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทตามสัญญาหรือยื่นฟ้องต่อศาล : ให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการยกเลิก การแก้ไขสัญญา และการให้สัญญามีผลใช้บังคับต่อไปและเสนอความเห็นดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ ทั้งนี้ ในการพิจารณาให้ความเห็นนั้นต้องคำนึงถึงความต่อเนื่องในการให้บริการสาธารณะและผลกระทบต่อประชาชน (มาตรา 72)

(ค) โครงการไม่ได้มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ใหม่ : ให้ สคร.แจ้งให้หน่วยงานเจ้าของโครงการชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อให้คณะกรรมการฯ พิจารณา โดยคำนึงถึงความต่อเนื่องในการให้บริการสาธารณะและผลกระทบต่อประชาชน และในกรณีที่คณะกรรมการฯ เห็นว่าควรยกเลิกหรือแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชน ให้เสนอขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี (มาตรา 60)

ฉบับหน้าเรามาดูข้อสังเกตกันนะครับ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่