posttoday
‘ปู5’ กับศก.ไทยครึ่งปีหลัง(ตอนที่ 1)

‘ปู5’ กับศก.ไทยครึ่งปีหลัง(ตอนที่ 1)

01 กรกฎาคม 2556

การปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นการปรับครั้งที่ 5 หลังจากวันเข้าเป็นรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554 ส่วนใครจะปรับเข้า ใครจะปรับออก มีความเหมาะสมเพียงใด จะตรงกับโผหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามข่าวกันเอง เพราะปรากฏในสื่อมวลชนมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และก็น่าจะต่อเนื่องไปจนตลอดสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีในช่วงนี้ ก็ถือว่าเป็นช่วงที่ท้าทาย และมีความเสี่ยงต่อการคาดหวังในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทรวงด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ และรัฐมนตรีที่มาคงทำอะไรไม่ได้มากกว่าดำเนินการสานต่อนโยบายที่ได้ทำมาซึ่งตั้งแต่ ครม.ชุดที่กำลังจะผ่านพ้นไป (หรือเพิ่งผ่านพ้นไป) การทำงานของ ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายเรื่อง ถึงแม้จะรู้ปัญหา แต่ก็ไม่อาจที่จะดำเนินการใดๆ เช่น ราคาจำนำข้าว และหรือเกี่ยวกับค่าจ้าง 300 บาท ทั่วประเทศ เนื่องจากการแก้ไขก็ย่อมไปกระทบต่อฐานเสียง และความมั่นคงของรัฐบาล

การปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นการปรับครั้งที่ 5 หลังจากวันเข้าเป็นรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554 ส่วนใครจะปรับเข้า ใครจะปรับออก มีความเหมาะสมเพียงใด จะตรงกับโผหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามข่าวกันเอง เพราะปรากฏในสื่อมวลชนมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และก็น่าจะต่อเนื่องไปจนตลอดสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีในช่วงนี้ ก็ถือว่าเป็นช่วงที่ท้าทาย และมีความเสี่ยงต่อการคาดหวังในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทรวงด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ และรัฐมนตรีที่มาคงทำอะไรไม่ได้มากกว่าดำเนินการสานต่อนโยบายที่ได้ทำมาซึ่งตั้งแต่ ครม.ชุดที่กำลังจะผ่านพ้นไป (หรือเพิ่งผ่านพ้นไป) การทำงานของ ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายเรื่อง ถึงแม้จะรู้ปัญหา แต่ก็ไม่อาจที่จะดำเนินการใดๆ เช่น ราคาจำนำข้าว และหรือเกี่ยวกับค่าจ้าง 300 บาท ทั่วประเทศ เนื่องจากการแก้ไขก็ย่อมไปกระทบต่อฐานเสียง และความมั่นคงของรัฐบาล

ความเสี่ยงของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีเก่า หรือรัฐมนตรีที่ปรับเปลี่ยนใหม่ จะต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจขาลง ซึ่งปัจจัยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจคู่ค้าและเศรษฐกิจโลก ซึ่งดูเหมือนจะชะลอตัวหนักกว่าเดิม จึงเป็นความท้าทายบนความสามารถในการเห็นปัญหา และแก้ปัญหาที่ตรงจุด ทั้งในระยะเฉพาะหน้า ระยะปานกลาง จนถึงระยะยาว ซึ่งลำพังรัฐมนตรีคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นมือเก๋าระดับไหน คงทำไม่ได้ ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม และบูรณาการกันระหว่างกระทรวง สิ่งที่อยากจะให้ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ฯ เร่งดำเนินการ คือ “การตั้งทีมเศรษฐกิจใหม่” ซึ่งจะต้องทำงานอย่างจริงจัง คัดสรรที่ปรึกษาคนนอกหรือคณะทำงาน ซึ่งมีความรู้ความสามารถให้เข้ามาช่วยชี้แนะ และทีมเศรษฐกิจจะต้องให้ข้อมูลที่แท้จริงกับท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่มัวแต่ให้ข้อมูลที่เกรงใจ หรือเอาใจกันเอง ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ซึ่งที่สุดแล้วก็ไปกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2556 ภาพรวมของเศรษฐกิจของไทยจะมีการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากที่หลายหน่วยงานมีการปรับตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย เช่น สำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้มีการปรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ ลดลงเหลือร้อยละ 4.5 ขณะที่ ทางคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อาจมีการปรับตัวเลขลดลงเหลือร้อยละ 4.2–5.2 ซึ่งเดิมประมาณว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 5.5–6.0 ดังนั้น ความท้าทายของรัฐบาล จึงเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชน

(อ่านต่อจันทร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร