
ธานินทร์ไขก๊อกลาออกไอแบงก์คลังหาคนใหม่
คลังไฟเขียว กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลาม ลาออก
คลังไฟเขียว กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลาม ลาออก
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องนายธานินทร์ อังสุวรังษี กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ยื่นจดหมายลาออกกับทางคณะกรรมการธนาคาร โดยอ้างว่ามีปัญหาสุขภาพ แต่ยังไม่เห็นจดหมายที่เป็นทางการ เพียงแต่ได้รับรายงาน
ทั้งนี้ เชื่อว่าการลาออกจะไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของไอแบงก์ รวมถึงแผนฟื้นฟูกิจการ
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า คณะกรรมการไอแบงก์ได้อนุมัติการลาออกของนายธานินท์แล้ว โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ เชื่อว่าการลาออกน่าจะมีเหตุผลมาจากไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้บริหารและพนักงานส่วนใหญ่ของธนาคารได้ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการทุกคนได้ร่วมลงชื่อขับไล่นายธานินทร์ออกจากตำแหน่ง ซึ่งหากอยู่ต่อไปก็ไม่สามารถทำงานต่อได้
นายสมชัย กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ก็จะต้องมีกระบวนการสรรหากรรมการผู้จัดการใหม่ของไอแบงก์ต่อไป ซึ่งอาจจะกระทบกับการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูบ้าง แต่เชื่อว่าคนที่ขึ้นมาเป็นรักษาการจะสามารถบริหารธนาคารต่อไปได้
ทั้งนี้ที่ผ่านมา ผู้บริหารและพนักงาน 1,400 คน ได้ร่วมลงชื่อส่งถึงคณะกรรมการของธนาคารให้ปลดนายธานินทร์ ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากบริหารงานผิดพลาดทำให้ธนาคารเกิดความเสียหายด้าน ทั้งเงินฝากลด สินเชื่อไม่ขยายตัว และหนี้เสียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสูงถึง 3.9 หมื่นล้านบาท ทำให้เงินกองทุนติดลบถึง 14%
รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุการลาออกของธานินทร์ เกิดจากแรงกดดันเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการทำงานของนายธานินทร์ หลังพนักงานกว่า 1,400 คน รวมลงชื่อร้องเรียนต่อคณะกรรมการธนาคารให้ตรวจสอบการทำงานของนายธานินทร์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ใน 9 ประเด็น ได้แก่ 1.การสั่งการให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องยกเลิกกระบวนการอนุมัติและเบิกจ่ายสินเชื่อ ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ให้กับธนาคารได้ ส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารเพิ่มขึ้นจาก 2.4 หมื่นล้านบาทในเดือน พ.ย. 2555 เป็นมากกว่า 3.8 หมื่นล้านบาทในเดือน เม.ย.
รวมถึงการสอบข้อเท็จจริงกรณีการแก้ไขชั้นหนี้ลูกค้าเบิกเกินวงเงิน (OD) หลายรายเพื่อปกปิดหนี้เสียกว่า 3,000 ล้านบาท ในเดือนก.พ. 2556 ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงยอดหนี้เสียรวมของธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ยกเลิกการรวบอำนาจการอนุมัติตามลำดับชั้น ส่งผลให้การอนุมัติดำเนินการต่างๆ ได้เกิดความล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินงานในการสั่งซื้อสั่งจ้างพัสดุหรือการดำเนินการที่มีความจำเป็นในหน่วยงานต่างๆ ของธนาคาร และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกคู่ค้าของธนาคารฟ้องร้อง อันเนื่องมาจากการเบิกจ่ายเพื่อชำระเงินให้กับคู่ค้าของธนาคารมีความล่าช้า รวมทั้งให้ตรวจสอบเรื่องการว่าจ้างที่ปรึกษาของนายธานินทร์ทุกราย เพราะทำให้ธนาคารมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน และขอให้มีการตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการร้องเรียนเรื่องบริษัทที่ปรึกษาเรียกรับผลประโยชน์จากการขายทรัพย์สินของลูกค้าเพื่อนำมาชำระหนี้







