posttoday
แอสเซทพลัสชูตลาดหุ้นพัฒนาแล้วเด่น

แอสเซทพลัสชูตลาดหุ้นพัฒนาแล้วเด่น

27 มิถุนายน 2556

บลจ.แอสเซท พลัส มองครึ่งปีหลังตลาดหุ้นพัฒนาแล้วแจ๋วกว่าตลาดเกิดใหม่ เศรษฐกิจเอเชียโตน้อยลง

บลจ.แอสเซท พลัส มองครึ่งปีหลังตลาดหุ้นพัฒนาแล้วแจ๋วกว่าตลาดเกิดใหม่ เศรษฐกิจเอเชียโตน้อยลง

นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในครึ่งปีหลังมองว่า ตลาดหุ้นพัฒนาแล้วเริ่มมีความน่าสนใจมากกว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึงเอเชีย หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีทั้งสหรัฐและประเทศขนาดใหญ่ในยุโรป เช่น เยอรมนี จึงคาดว่าจะทำให้เงินลงทุนต่างชาติที่จะกลับเข้ามาลงทุนในเอเชียน้อยลง

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นมากจากเงินไหลเข้ามาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของเอเชียที่ไม่ได้ใหญ่มาก ดังนั้น พอนักลงทุนต่างชาติขายปรับพอร์ต จึงกระทบตลาดหุ้นชัดเจนและจากนี้มองว่า การเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียน่าจะชะลอตัวจากไตรมาสแรกและ 2 ที่ผ่านมา รวมถึงเศรษฐกิจจีนที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์

“เงินลงทุนต่างชาติรอบที่ผ่านมาส่วนหนึ่งมาจากการกู้เงินในสหรัฐที่มีต้นทุนต่ำแล้วมาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย แต่รอบนี้เมื่อเศรษฐกิจประเทศพัฒนาเริ่มฟื้น เงินที่กลับมาเอเชียก็น่าจะน้อยลงและอย่าลืมว่าตลาดเกิดใหม่ผ่านจุดที่ดีที่สุดไปแล้ว หลังจากนี้จะเห็นการเติบโตที่ชะลอตัวลง แนวโน้มดอกเบี้ยยังทรงตัวและอาจเห็นการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีหน้า” นายสุพงศ์วร กล่าว

สำหรับเศรษฐกิจจีนมองว่าหากในไตรมาส 24 รัฐบาลจีนไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาการขยายตัวของเศรษฐกิจอาจลงไปต่ำกว่า 7.5% จากไตรมาสแรกอยู่ที่ 7.7% แต่ภาพรวมทั้งปียังคาดว่าจะเติบโตระดับ 7.5% แต่ในส่วนของตลาดหุ้นอาจยังไม่ปรับตัวขึ้น หากรัฐบาลไม่ส่งสัญญาณการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมาหุ้นจีนถูกมาก แต่ก็มีจุดเปราะบางเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ต้นปีที่ผ่านมาในช่วงเปลี่ยนถ่ายอำนาจนักลงทุนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ปรากฏว่ารัฐบาลชุดนี้มีความอดทนสูงยอมที่จะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจมากกว่าเน้นการเติบโต ทั้งที่จีนเป็นประเทศที่มีเงินค่อนข้างมากและมีเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต่างจากญี่ปุ่นที่มีเครื่องมือน้อย แต่ก็ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา จนส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น

นายสุพงศ์วร กล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นจีนจะมองเรื่องของราคาหุ้นที่ถูกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูเรื่องของนโยบายของรัฐบาลเป็นหลักและการลงทุนอาจต้องใช้เวลา ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐแม้จะปรับขึ้นมาระดับหนึ่งแต่ยังขึ้นได้อีก แต่สิ่งที่ยังกังวลคือ การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐส่วนหนึ่งมีการกู้ยืม จึงทำให้ต้นทุนในการระดมเงินเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวในตอนนี้ที่มีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ประมาณ 7 แสนล้านเยน ซึ่งเทียบกับคิวอีของสหรัฐถือว่าไม่น้อยไปกว่ากัน ซึ่งน่าจะสนับสนุนตลาดหุ้นไปได้และที่ผ่านมาค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าช่วยเรื่องการส่งออกได้ดี

สำหรับตลาดหุ้นไทยยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและยังสนใจหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศรวมทั้งจะเน้นกลุ่มที่มีการเติบโตและมีปัจจัยสนับสนุน เช่น กลุ่มสื่อสาร นอกจากมีประเด็น 3จี แล้วยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูง

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร