posttoday
ชูลงทุนชายแดนใต้

ชูลงทุนชายแดนใต้

26 มิถุนายน 2556

ชงยุทธศาสตร์พัฒนาร่วมกับมาเลย์อินโดฯดันอุตฯมีอนาคตยาง/ปาล์ม/อาหารทะเล

ชงยุทธศาสตร์พัฒนาร่วมกับมาเลย์อินโดฯดันอุตฯมีอนาคตยาง/ปาล์ม/อาหารทะเล

ผุดยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรม 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ดันการค้าลงทุนชายแดนใต้

นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ.มีแผนร่วมมือกับอินโดนีเซียและมาเลเซีย ในการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย หรือไอเอ็มทีจีที ครอบคลุมพื้นที่ 5.7 แสนตารางกิโลเมตร ประชากร 68 ล้านคน แบ่งออกเป็น อินโดนีเซีย 48 ล้านคน มาเลเซีย 14 ล้านคน และไทย 6 ล้านคน โดยส่วนของไทยนั้นโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายจะครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และพื้นที่บางส่วนของ จ.สงขลา

สำหรับโครงการความร่วมมือดังกล่าว สศอ.จะมีการเก็บข้อมูลและสัมภาษณ์เชิงลึกทั้งในไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อให้การทำยุทธศาสตร์นั้นมีความสมบูรณ์แบบและสอดคล้องกันมากของทั้ง 3 ประเทศ

ทั้งนี้ จากการสำรวจพื้นที่ภาคใต้ในไทยเบื้องต้น พบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยที่มีศักยภาพที่สามารถพัฒนาให้เข้าเป็นซัพพลายเชนของไอเอ็มทีจีที มีทั้งหมด 4 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์ ไม้ยางพาราและผลิตภัณฑ์ ปาล์มน้ำมัน และอาหารทะเลแปรรูป โดยแนวทางความร่วมมือ อาทิ การจัดตั้งเมืองอุตสาหกรรมยางพารา หรือรับเบอร์ซิตี้ โดยร่วมมือกับมาเลเซีย และส่งเสริมนักลงทุนไทยไปร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมยางครบวงจรที่อินโดนีเซีย

“เมื่อรวมข้อมูลแล้วทั้ง 3 ประเทศวางกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาที่สอดรับกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่การผลักดันให้มีการลงทุนและการค้าระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับมุสลิม เช่น อาหารและแปรรูปที่ไทยถนัด” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวว่า ไอเอ็มทีจีทีจะมีความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของอาเซียน เพราะทั้ง 3 ประเทศเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่และมีบทบาทที่สำคัญทางเศรษฐกิจอาเซียน เห็นได้จากขนาดเศรษฐกิจรวมกว่า 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 70% ของขนาดเศรษฐกิจอาเซียนที่มีมูลค่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

“ที่ผ่านมาทั้ง 3 ประเทศถือเป็นคู่แข่งทางการค้ากัน หากมีแนวทางที่ผลักดันให้เกิดความร่วมมือไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน จะส่งผลให้เกิดมูลค่าการค้าการลงทุนมากขึ้นได้ในอนาคต และนอกจากจะช่วยเพิ่มพูนมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว ไอเอ็มทีจีทียังจะนำไปสู่การสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้” นายสมชาย กล่าว

สศอ. แจ้งว่า นอกจากยุทธศาสตร์ความร่วมมือของ สศอ.กับมาเลเซียและอินโดนีเซียแล้ว ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มากขึ้น จากปัจจุบันที่การลงทุนค่อนข้างน้อย

ขณะที่ตั้งแต่ปี 2547-2555 ที่บีโอไอเริ่มมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ชายแดนใต้ การลงทุนใน 3 จังหวัดชายแดนยังมีน้อยอยู่ที่ 19 โครงการ เงินลงทุนรวม 2,860 ล้านบาท แม้การขอรับการส่งเสริมการลงทุนภาคใต้โดยรวมจะขยายตัวต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในจังหวัดที่ไม่ได้อยู่ตามแนวชายแดน

ด้านการปรับปรุงนั้น ประกอบด้วย การเพิ่มพื้นที่ที่ให้การส่งเสริมจากเดิมเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดน ให้ครอบคลุมถึง 4 อำเภอใน จ.สงขลา คือ จะนะ นาทวี สะบ้าย้อย และเทพา พร้อมลดมูลค่าเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนจากปกติขั้นต่ำ 1 ล้านบาท เหลือ 5 แสนบาท อนุญาตให้นำเครื่องจักรใช้แล้วมาใช้ในโครงการที่ขอรับการส่งเสริม เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่