posttoday
ต่างชาติขายหุ้นไม่หยุด ‘ทอง’ต่ำสุดรอบ2ปี

ต่างชาติขายหุ้นไม่หยุด ‘ทอง’ต่ำสุดรอบ2ปี

23 มิถุนายน 2556

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนียังคงปรับตัวลงต่อเนื่องจากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนียังคงปรับตัวลงต่อเนื่องจากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา และแม้ผลสรุปออกมาตรงกับเช้าวันที่ 20 มิ.ย.ของไทย ตลาดก็ยังปรับตัวลงต่อ หลังเฟดส่งสัญญาณปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ในช่วงปลายปี และยกเลิกโครงการในปี 2557 รวมถึงความกังวลเศรษฐกิจจีน ส่งผลให้ดัชนีดิ่งลงแรงหลุดระดับ 1,400 จุด ลงมาต่ำสุดที่ 1,354.62 จุด วันสุดท้ายของสัปดาห์

ดัชนีดีดขึ้นปิดที่ระดับ 1,400.50 จุด ลดลง 4.42% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 5.23% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 60,639.03 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 12,411.52 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อย สถาบันและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ

ระบบซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตล่ม

ด้านนักลงทุนที่ซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเกิดระบบล่ม ไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้เมื่อเวลาประมาณ 16.10 น. ของวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม ผู้ให้บริการ (Vendor) ระบบซื้อขายหลักทรัพย์และอนุพันธ์ผ่านอินเทอร์เน็ตแก่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แจ้งว่า ระบบเกิดความขัดข้องขึ้น โดยมีสาเหตุเบื้องต้นมาจากความผิดปกติของฮาร์ดแวร์

อย่างไรก็ตาม แม้ระบบดังกล่าวจะมีปัญหา แต่โบรกเกอร์ที่ซื้อขายหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มีระบบส่งคำสั่งซื้อขายมากกว่า 1 ระบบ จึงสามารถใช้ระบบอื่นส่งคำสั่งซื้อขายให้ลูกค้าได้ จนเวลาประมาณ 17.30 น. ระบบได้แก้ไขและเปิดให้บริการตามปกติ พร้อมให้บริการส่งคำสั่งซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ช่วงภาคค่ำเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.แล้ว

โบรกบลจ.แห่หั่นเป้าดัชนีหุ้น

หลังจากเฟดส่งสัญญาณเรื่องนโยบายคิวอีชัด นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกดึงเงินกลับสหรัฐ ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เฟดเริ่มส่งสัญญาณเรื่องนโยบายคิวอีในวันแรก ทำให้ตลาดหุ้นวันที่ 23 พ.ค. ดิ่งลงเหวมาถึงวันที่ 20 มิ.ย. รวมแล้ว 229 จุด หรือ 14% และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) หายไป 1.9 ล้านล้านบาท หรือ 13.58% มาอยู่ที่มูลค่า 12.09 ล้านล้านบาท ความปั่นป่วนของตลาดหุ้นและสภาพคล่องที่จะน้อยลง ทำให้นักวิเคราะห์อย่างน้อย 6 แห่ง แนะนำให้นักลงทุนอย่ารีบเข้าไปช้อนซื้อหุ้น เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นออกต่อเนื่อง แนะนำให้รอช้อนในระดับต่ำกว่า 1,400 จุด

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก บล. หรือโบรกเกอร์ เริ่มปรับลดเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยในปี 2556 ลง โดย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ให้เป้าหมายเหลือระดับ 1,500 จุด ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส ก็ปรับลดเป้าหมายหุ้นไทยจาก 1,6001,650 จุด เหลือ 1,567 จุด ในปีนี้เช่นกัน

บลจ.ออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ซื้อหุ้น

ด้าน บลจ.ต่างเห็นโอกาสในการลงทุน หลังราคาหุ้นปรับตัวลงต่อเนื่อง จึงออกกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดย บลจ.บัวหลวงออกทริกเกอร์ฟันด์ 15% (ทริปเปิล 5) เสนอขายครั้งเดียวตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.2 ก.ค. เพื่อเข้าซื้อหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 15% ภายในระยะเวลา 18 เดือน

บลจ.ทิสโก้ ออกกองทุนเปิดทิสโก้ ไทย อีควิตี้ ไดนามิก ทริกกอร์ 10% # 1 เสนอขายวันที่ 2025 มิ.ย. ตั้งเป้าผลตอบแทน 10%

ราคาทองคำดิ่งรอบ 2 ปี

ด้านราคาทองคำรับผลคิวอีปรับตัวลงเช่นเดียวกันรวดเดียว 87.80 เหรียญสหรัฐ หรือดิ่งลงถึง 6.4% ไปอยู่ที่ 1,286.20 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นแรงเทขายทองคำครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ปีครึ่ง และทำให้ราคาทองดิ่งลงไปต่ำกว่าระดับ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2553 หรือลดลงต่ำสุดในรอบ 2 ปี

บาทอ่อน บจ.ได้ผลดีเสีย

สำหรับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจนทะลุ 31 บาท ลงมาเคลื่อนไหวแถว 30.8230.84 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากต้นปีอยู่แถว 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ โดยนักวิเคราะห์หลักทรัพย์คาดการณ์ว่า บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. จะได้รับผลกระทบจากเงินบาทอ่อนค่า ทำให้ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและภาษีเพิ่ม ซึ่งทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐ จะทำให้ภาระเพิ่มประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ บจ.ที่ได้รับผลดีเป็นหุ้นกลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) และบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า เนื่องจากนำเข้าวัตถุดิบเป็นเหรียญสหรัฐกว่า 6070%

หุ้นนกแอร์เคาะซื้อขายวันแรกฉลุย

ด้านหุ้นบริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. เป็นวันแรกตรงกับวันที่รู้ผลคิวอี แต่ราคาหุ้นนกแอร์ยังแข็งแกร่ง สามารถยืนเหนือราคาจองที่หุ้นละ 26 บาทได้ โดยเปิดซื้อขายที่ราคา 26.75 บาท และขึ้นแตะสูงสุด 29.25 บาท ปิดตลาดวันแรกที่ 26.50 บาท ขณะที่วันที่สองขยับขึ้นปิด 28.50 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท หรือ 7.55% โดยนักลงทุนที่จองซื้อครั้งแรกได้กำไรหุ้นละ 2.50 บาท หรือ 9.61%

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่