
บลจ.หั่นเป้าหุ้นไทย
แอสเซทพลัสชี้หยุดคิวอีเงินกลับสหรัฐ‘บัวหลวง’ส่งทริกเกอร์ฟันด์ช้อนหุ้น
แอสเซทพลัสชี้หยุดคิวอีเงินกลับสหรัฐ‘บัวหลวง’ส่งทริกเกอร์ฟันด์ช้อนหุ้น
บลจ.แอสเซทพลัสหั่นเป้าหุ้นปีนี้เหลือ 1,567 จุด จาก 1,600-1,650 จุด หลังเฟดชะลอคิวอี
นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้จัดการอาวุโสกองทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้เหลือ 1,567 จุด จาก 1,600-1,650 จุด โดยมีแนวรับเดิมที่ 1,350 จุด หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณการชะลอโครงการซื้อคืนพันธบัตรสหรัฐออกมาอย่างชัดเจน จึงส่งผลให้เงินไหลกลับสหรัฐ ทำให้ดัชนีหุ้นไทยอยู่ในช่วงของการปรับฐานอีกระยะหนึ่ง
“เรามองว่าตลาดหุ้นไทยและเอเชียได้ประโยชน์จากเงินทุนไหลเข้ามาเป็นเวลา 2 ปี หากเทียบกับขนาดเศรษฐกิจถือว่าเป็นเม็ดเงินที่มาก ขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจคงช้าลง จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยผ่านจุดสูงสุดไปแล้วที่ระดับ 1,600 จุด คาดเงินทุนไหลกลับเข้ามาคงลดลง” นายสุพงศ์วร กล่าว
อย่างไรก็ตาม กำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้คาดว่ายังเติบโต 20% เช่นเดิม ปัจจัยพื้นฐานหุ้นไทยไม่ได้เปลี่ยน โดยเงินทุนไหลเข้ามีผลต่อภาวะตลาดมากกว่า
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า บริษัทเตรียมเสนอขายกองทุนเปิดบัวหลวงทริกเกอร์ 15% (ทริปเปิ้ล 5) หรือ TRIGGER555 ระหว่างวันที่ 24 มิ.ย.-2 ก.ค.นี้ มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท มูลค่าโครงการ 2,555 ล้านบาท ตั้งผลตอบแทนเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 15% ภายใน 18 เดือน หรือเลิกกองทุนได้ก่อนหากได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย
สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุน จัดตั้งเป็นกองทุนรวมผสมที่ไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารแห่งทุน จึงคล่องตัวในการบริหาร อีกทั้งจะเฟ้นหาโอกาสทำกำไรจากการลงทุนในหุ้น โดยเน้นจับจังหวะซื้อและขายเพื่อทำกำไร อีกทั้งมองว่า 18 เดือน เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับทำกำไรจากหุ้นที่มีพื้นฐานและโอกาสทางธุรกิจที่เหมาะสม
นอกจากนี้ เมื่อกองทุนมีกำไรจะทยอยคืนผลตอบแทนด้วยการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ซึ่งใน 2 ครั้งแรกอยู่ที่ประมาณ 5% ของมูลค่าที่ตราไว้ และในครั้งสุดท้ายในอัตราไม่น้อยกว่า 5% ของมูลค่าที่ตราไว้และปิดกองทุน ซึ่งการออกแบบกองทุนให้มีการทยอยจ่ายเงินคืนให้ก่อนครบอายุโครงการครั้งละ 5% จะช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องทนรับความเสี่ยงของราคาและรอรับผลตอบแทนคราวเดียวในตอนท้าย และหากเทียบกับอัตราผลตอบแทนของเงินปันผลของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ตอนนี้อยู่ราวๆ 3% ต่อปีนั้น ถือว่าโอกาสรับผลตอบแทนตามเป้าหมาย 15% ในระยะเวลา 18 เดือน ยังน่าสนใจกว่ามาก
“กองทุนบัวหลวงมองว่าต่อจากนี้หุ้นมีโอกาสปรับฐานและผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ” นางวรวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันตลาดหุ้นกำลังได้รับผลกระทบจากการปรับลดคาดการณ์การเติบโต ทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยและความกังวลเรื่องการหยุดคิวอี ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแรงเทขายออกมามาก
สำหรับผลกระทบภายในประเทศ ด้วยกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงเพราะการเร่งจับจ่ายไปมากในช่วงก่อนหน้า รวมถึงการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำก็มีผลต่อต้นทุนผู้ประกอบการหลายแห่งเพิ่มขึ้น
“การลงทุนในปัจจุบัน ผู้จัดการกองทุนจะต้องมีความละเอียดรอบคอบ อดทนและรอจังหวะเหมาะสม ระยะเวลาการลงทุนที่ยาวถึง 18 เดือน ของ TRIGGER555 จะทำให้ผู้จัดการกองทุนไม่ถูกกดดันเรื่องระยะเวลาในการลงทุน และไม่ถูกกดดันให้ต้องลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงมากเกินไป เพราะระยะเวลายิ่งยาวก็ยิ่งมีโอกาสหาจังหวะเข้าซื้อขายได้มากขึ้น” นางวรวรรณ กล่าว







