posttoday
โรงงานแห่รับซื้อขี้ยาง

โรงงานแห่รับซื้อขี้ยาง

19 มิถุนายน 2556

ขี้ยางของชาวสวนยางผลิตกว่าได้กว่า60%ทั้งที่ภาคอีสาน ตะวันออก 3จังหวัดชายแดนใต้โรงงานแห่รับซื้อ

ขี้ยางของชาวสวนยางผลิตกว่าได้กว่า60%ทั้งที่ภาคอีสาน ตะวันออก 3จังหวัดชายแดนใต้โรงงานแห่รับซื้อ

นายเพิก เลิศวังพง   ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย   จำกัด (ชสยท.)    เปิดเผยว่า   สถานการณ์ยางตอนนี้ชาวสวนยางเปลี่ยนวิธีการผลิตการผลิตน้ำยางสด ยางแผ่นดิบมาเป็นยางข้นถ้วย หรือคัพลัม กันเป็นจำนวนมากขึ้นตามลำดับ มีกว่า 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว  โดยเฉพาะภาคอีสาน  ภาคตะวันออก  และที่ภาคใต้ 3 จังหวัดชายแดน ยะลา ปัตตานี นราธิวาส   ปัจจัยคือสะดวก

“ตอนนี้ชาวสวนยางทำยางข้นถ้วยขาย ทางโรงงานอุตสาหกรรม นำไปผลิตเป็นยางแท่ง เอสทีอาร์ 20 (แสตนดาร์ทรับเบอร์ เบอร์ 20)    โดยยางแท่งต้นทุนการผลิตต่ำกว่ายางรมควัน   ตอนนี้ทุกบริษัทต่างมีเครื่องจักรผลิตยางแท่ง ยางแท่งจะมีส่วนต่างราคาที่ดีกว่าตัวยางอื่น ๆ”

“ยางแท่งเอสทีอาร์ ประเทศอินโดนีเซีย ผลิตเป็นอันดับ 1 ของโลก”

แหล่งข่าวจากนักวิชาการยาง เปิดเผยว่า   ขณะนี้ยางข้นถ้วย หรือคัพลัม หรือเศษยาง ราคาประมาณ 30 บาท / กก.  (วันที่ 9 มิย.6 ราคาท้องถิ่น) ราคาห่างจากน้ำยางสดมาก  (70 บาท / กก. ราคาท้องถิ่น วันที่  9 มิย. 56 หมายเหตุ เปลี่ยนแปลงได้)  ซึ่งยางข้นถ้วยจะนำไปผลิตเป็นยาง เอสทีอาร์ 20 และ 10  ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้เป็นระยะเวลานานก่อนที่จะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์

“ยางข้นถ้วยนำไปแปรรูปเป็นยางเอสทีอาร์ ค่าแปรรูปค่าบริหารจัดการ รวมทั้งต้นทุนการผลิต ประมาณ 55 บาท แต่ออกขายได้ราคาที่ดี  มีส่วนต่างค่าการตลาดที่ประมาณ 20  บาท / กก.  ซึ่งมีกำไรกว่ายางทุกตัว ตอนนี้โรงงานอุตสาหกรรม จึงนิยมซื้อยางข้นถ้วยโดยหันมาผลิตยางแท่ง”

สำหรับภาคใต้ มีการผลิตกันมากใน  3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  และบางพื้นที่ของจังหวัดสงขลา ประมาณ 6 ล้านไร่   ส่วนตัวเลขไม่สามารถเก็บได้ เพราะเงื่อนไขความไม่สงบ เนื่องจากกรีดไม่เป็นเวลา เก็บเกี่ยวไม่เป็นเวลา

“ปัญหานี้รัฐต้องลงไปดูแล โดยการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมผลิตยางเอสทีอาร์  จะทำให้ชาวสวนยางมีโอกาสเท่ากับกลุ่มสวนยางอื่น ๆ  เขาสูญเสียโอกาสตรงนี้เป็นระยะเวลายาวนานแล้ว และเป็นเงินมหาศาล”

ส่วนภาวะราคายางขณะนี้   ต้นทุนการผลิตน้ำยางสดอยู่ที่ 80 บาท   ยางแผ่นดิบ 81 บาท    ส่วนการเคลื่อนไหวราคายางในประเทศในระยะครึ่งปีแรกของปี 2556   เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 80 – 85 บาท / กก.  สำหรับยางแผ่นดิบ และน้ำยางสดอยู่ที่ 71 – 75 บาท / กก.  และราคาบางวัน เหลือกว่า  60  บาท / กก.  ปัจจัยที่ราคาไม่เคลื่อนไหว  เพราะยังมียางในสต๊อกที่จีน ประมาณ 140,000 ตัน  ซึ่งเป็นตลาดหลัก 50 เปอร์เซ็นต์ของไทย   และไทยยังมีในสต๊อกประมาณ 200,000 ตัน   พ่อค้าจึงสามารถกำหนดราคาซื้อได้

“ตลาดยาง ผู้ซื้อ จึงมีอำนาจกำหนดราคา  ผู้ขายไม่มีอำนาจต่อรองราคา   เขาไม่ซื้อเราก็ไม่มีตลาดจำหน่าย เพราะไม่มีการเปิดตลาดรายใหม่  พ่อค้าจึงกำหนดให้มีการผลิตยางที่พ่อค้าต้องการ”

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่