
เปิดใจ “เค-วอเตอร์” ลุยโปรเจกต์น้ำ ถูกต้านพร้อมถอย
หนึ่งในบริษัทตัวเต็งในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท จากแดนกิมจิ “เค-วอเตอร์” ที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้าที่จะทราบผลการคัดเลือกว่าจะต้องคว้างานจากโครงการดังกล่าวมากที่สุด
หนึ่งในบริษัทตัวเต็งในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท จากแดนกิมจิ “เค-วอเตอร์” ที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้าที่จะทราบผลการคัดเลือกว่าจะต้องคว้างานจากโครงการดังกล่าวมากที่สุด
แม้จำนวนแผนงาน (โมดูล) ที่ เควอเตอร์ ได้รับจากโครงการนี้จะมีเพียง 2 โมดูล จากทั้งหมด 9 โมดูล แต่มูลค่างานที่ได้รับก็ถือว่าสูงที่สุด นั่นคือคะแนนชนะโมดูล A3 และโมดูล A5 มูลค่ารวม 162,999.99 ล้านบาท จากราคากลาง 1.63 แสนล้านบาท
โมดูล A3 เป็นแผนงานปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทาน ในพื้นที่โครงการชลประทานเหนือ จ.นครสวรรค์ เพื่อเก็บกักน้ำหลากชั่วคราว วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เควอเตอร์ ชนะด้วยคะแนน 90.32 คะแนน เสนอราคาที่ 9,999.99 ล้านบาท ส่วนอันดับ 2 คือ กลุ่มบริษัท ไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยท์เวนเจอร์ ได้ 87.72 คะแนน เมื่อต่อรองราคากันแล้วสรุปราคากันที่ 9,863 ล้านบาท
โมดูล A5 เป็นแผนงานจัดทำทางผันน้ำ (Flood Diversion Channel) ขนาดประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมทั้งการก่อสร้างถนนเพื่อรองรับคมนาคม ซึ่งเป็นโมดูลที่มีวงเงินสูงสุด 1.53 แสนล้านบาท เควอเตอร์ ชนะด้วยคะแนน 89.84 คะแนน เสนอราคาที่ 1.53 แสนล้านบาท ส่วนอันดับที่ 2 คือ กลุ่มบริษัท ไอทีดี พาวเวอร์ ไชน่า จอยท์เวนเจอร์ ได้ 88.26 คะแนน เมื่อต่อรองราคากันแล้วอยู่ที่ 150,484 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การคว้างานที่มีมูลค่ามากจากโครงการที่ถูกจับตามองมากที่สุด ทำให้ “เควอเตอร์” ถูกตั้งคำถามเสมอว่า กดดันหรือไม่ ซึ่ง มณฑล ภาณุโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เควอเตอร์ กล่าวว่า ไม่กดดันเลย และไม่ลำบากใจในการทำโครงการนี้ด้วย
“เพราะ เควอเตอร์ เป็นรัฐวิสาหกิจของเกาหลี ที่มีประสบการณ์ในการทำโครงการลักษณะนี้มานาน ทำทุกอย่างตามกระบวนการที่ถูกต้อง จึงไม่ใช่เรื่องต้องกังวล”
กระบวนการหลังจากนี้ หากโครงการบริหารจัดการน้ำได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็เตรียมทำรายละเอียดต่างๆ ทำสัญญา คาดว่าจะใช้เวลาในกระบวนการนี้ 23 เดือน อาจจะประมาณก่อนเดือน ต.ค. หรือปลายเดือน ต.ค. ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้กำหนดอีกครั้ง และบริษัทเองก็รอให้มีการเซ็นสัญญาเรียบร้อยก่อนจึงจะเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ ได้
สำหรับแผนงานเบื้องต้น ก็จะเริ่มทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และจัดทำการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ซึ่งถือเป็นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน ทำความเข้าใจ แลกเปลี่ยนข้อมูลให้เห็นว่าโครงการดีอย่างไร ทำไมถึงต้องทำ
มณฑล กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ดำเนินการนำเสนอ จะต้องตอบคำถามของประชาชนได้ ถ้าผู้ดำเนินโครงการมองว่าทำแล้วดี แต่ภาคประชาชนท้องถิ่นไม่รับ ก็ถือว่าไม่ผ่าน ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของประชาชนเป็นหลัก
“ต้องให้ประชาชนตัดสินใจร่วมกัน ยอมรับหรือไม่ ถ้าประชาชนไม่ให้ทำ ก็ไม่ทำ ปล่อยให้เป็นไปตามกลไก ถูกต้อง ชัดเจน”
หากขั้นตอนอีไอเอและเอชไอเอไม่ผ่าน ประชาชนไม่เห็นด้วย โครงการก็ต้องหยุด ดำเนินการต่อไปไม่ได้ ซึ่งหลายฝ่ายอาจมองว่าทำไมไม่ทำประชาพิจารณ์ก่อน ถ้าปล่อยให้ถึงขั้นตอนนี้ดูเหมือนรัฐจะสูญเปล่าหรือไม่ เพราะถือว่าลงทุนลงแรงไปแล้ว
“ต้องบอกว่าไม่มีอะไรสูญเปล่า ไม่มีอะไรเสียหาย ในฐานะผู้ดำเนินการ เราเป็นเพียงที่ปรึกษา และพัฒนา ถ้าเห็นว่าดี ก็นำเสนอที่จะทำ แต่อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้าผลทางวิชาการบอกว่าทำได้ แต่ในมุมประชาชนบอกว่าทำไม่ได้ ก็ไม่ทำ”
ขณะที่ประเด็นเรื่องงบประมาณ ที่มีหลายฝ่ายให้ความกังวลว่าจะมีการเบิกงบประมาณออกมามากมาย แล้วตรวจสอบไม่ได้ ก็ต้องบอกว่า การทำงานลักษณะนี้จะเบิกเงินงบประมาณได้ก็ต่อเมื่อมีผลงานแล้ว ได้เกิดการทำงานแล้ว หรืองานเสร็จแล้ว จึงจะเบิกได้
ทางด้านความพร้อมในการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำ โมดูล A3 และ A5 ที่ เควอเตอร์ ชนะด้วยคะแนนสูงสุดในครั้งนี้ มณฑล กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมที่จะดำเนินการอยู่แล้ว ทั้งในด้านการเตรียมวิศวกรควบคุมงาน อุปกรณ์เครื่องจักรพิเศษ เพื่อทำให้การพัฒนาโครงการมีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐาน
หลังจากโครงการน้ำได้เริ่มนับหนึ่งคงจะได้พิสูจน์ฝีมือ เควอเตอร์ กันเสียทีว่าจะเดินหน้า 2 โมดูลสำคัญของโครงการได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม







