
เทคนิคการตรวจสอบพอร์ตการลงทุนในกองทุนรวม
ความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงสองเดือนหลังที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนต่างพากันวิตกกังวลต่อสถานการณ์ลงทุนที่เริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น หลายท่านจากพอร์ตการลงทุนในช่วงไตรมาสแรกที่เป็นบวกตอนนี้กลับเป็นติดลบ นี่แหละครับคือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นอย่างดี
ความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงสองเดือนหลังที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนต่างพากันวิตกกังวลต่อสถานการณ์ลงทุนที่เริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น หลายท่านจากพอร์ตการลงทุนในช่วงไตรมาสแรกที่เป็นบวกตอนนี้กลับเป็นติดลบ นี่แหละครับคือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นอย่างดี
ไม่เพียงแต่นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นด้วยตัวเองเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงนี้ นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นโดยผ่านกองทุนรวมก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงดังกล่าวด้วยเช่นกัน แต่อาจจะน้อยกว่า เนื่องจากการลงทุนผ่านกองทุนรวมนั้นมีการกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า อีกทั้งยังมีผู้จัดการกองทุนและทีมงานที่มีประสบการณ์คอยดูแลการลงทุนให้เราอยู่
อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนเองก็มีหน้าที่ที่จะต้องคอยติดตามข้อมูล ผลการดำเนินงาน กองทุนรวมที่คุณถือเอาไว้อย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน เพื่อให้แน่ใจว่ากองทุนที่เราลงทุนอยู่นั้นสร้างผลตอบแทนได้ดี และยังคงมีความเสี่ยงอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับตัวเรา
เทคนิคง่ายๆ ในการติดตามผลการดำเนินงานกองทุนรวมมีดังนี้
1.ต้องรู้จักตัวเอง รู้จุดประสงค์การลงทุนว่าลงทุนเพื่ออะไร มีเป้าหมายการลงทุนอย่างไร
2.ตรวจสอบความเคลื่อนไหวพอร์ตการลงทุนกองทุนรวมทุกๆ ไตรมาส ด้วยการเข้าไปตรวจสอบดูข้อมูล เช่น ผลการดำเนิงานโดยรวมว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยอาจจะสร้างเป็นตารางขึ้นมาก็ได้ว่าพอร์ตการลงทุน 3 เดือนย้อนหลัง หรือ 1 ปีย้อนหลังเป็นอย่างไร การตรวจสอบแบบนี้จะทำให้นักลงทุนรู้ว่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเท่าไร หายไปเท่าไร เมื่อรู้แล้วว่าพอร์ตกองทุนรวม “กำไร” หรือ “ขาดทุน” เท่าไร จากนั้นต้องเข้าไปดูว่ากองทุนรวมไหนที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุด กองทุนรวมไหนย่ำแย่ที่สุด
แน่นอนว่ากองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ นักลงทุนคงไม่ต้องทำอะไร แต่กองทุนรวมไหนที่มีผลตอบแทนย่ำแย่ คงต้องเข้าไปดู โดยอาจจะเปรียบเทียบกับกองทุนรวมประเภทเดียวกันว่าผลตอบแทนเป็นอย่างไร รวมทั้งเปรียบกับผลตอบแทน Benchmark ว่าเป็นอย่างไร เช่น กองทุนรวมที่ถืออยู่ติดลบ 5% แต่ผลตอบแทน Benchmark ติดลบ 15% แสดงว่ากองทุนรวมที่ถืออยู่นั้นยังไว้วางใจได้
เมื่อดู Performance แล้ว ผมอยากให้ดูเรื่อง Portfolio Allocation เพราะว่านักลงทุนส่วนใหญ่จะมีการกระจายการลงทุน ตัวอย่างเช่น พอร์ตลงทุนเป็นแบบครึ่งต่อครึ่ง คือ ลงทุนกองทุนรวมหุ้น 50% ลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้ 50% แต่วันดีคืนดีกองทุนรวมหุ้นสร้างผลตอบแทนอย่างมาก ขณะที่ผลตอบแทนกองทุนรวมตราสารหนี้ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ดังนั้นโดยรวมแล้วน้ำหนักของพอร์ตลงทุนนี้จะไม่ใช่เป็นแบบครึ่งต่อครึ่งแล้ว
3.นักลงทุนจะต้องดูว่ากองทุนรวมที่ลงทุนไปนั้นมีการปรับเปลี่ยนสไตล์การลงทุนหรือไม่ เพราะบางครั้งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนการลงทุน เช่น จากที่เคยเน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ มาเป็นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก หากเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้จากที่เคยเน้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ก็เริ่มเน้นลงทุนหุ้นกู้มากขึ้น การปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนแบบนี้ บางครั้งอาจจะผิดเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนก็ได้
4.ต้องคอยติดตามเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของค่าธรรมเนียม เพราะในบางครั้งกองทุนรวมอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบริหารกองทุน โดยข้อมูลที่นักลงทุนควรตรวจสอบดู สามารถดูได้ที่ Fact Sheet ของแต่ละกองทุนรวม ง่ายๆ ผมแนะนำให้เปิดเข้าไปดูในเว็บไซต์ของแต่ละ บลจ.
5.เมื่อดูพอร์ตลงทุนเป็นรายไตรมาสแล้ว ในทุกๆ สิ้นปีก็ต้องมาดูกันอีกรอบ คล้ายๆ ว่าทุกๆ ปีคนเราก็ต้องตรวจสุขภาพ ซึ่งการลงทุนก็เหมือนกันว่าจะต้องตรวจสุขภาพทางการเงินกันทุกๆ ปี ว่าปีที่ผ่านมาสุขภาพการเงินเป็นอย่างไร
วิธีการตรวจสอบก็ทำคล้ายๆ การดูแบบรายไตรมาส ด้วยการนำข้อมูลรายไตรมาสมาดูเป็นภาพรวมตอนสิ้นปี เพียงแต่การดูตอนปลายปีต้องดูแบบละเอียดว่าพอร์ตลงทุนในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
วิธีการทำตารางผลตอบแทนพอร์ตการลงทุนอาจจะยากและใช้เวลาสำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคย ดังนั้นถ้านักลงทุนไม่สะดวกที่จะทำตารางสรุปพอร์ตการลงทุนด้วยตัวเอง ก็สามารถเข้าไปสมัครฟรีได้ที่ morningstarthailand.com ในส่วนของ Portfolio เพื่อใช้บริการ Portfolio Manager โดยท่านสามารถใส่ชื่อกองทุนรวมที่ลงทุนเอาไว้ แล้วก็สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลพอร์ตลงทุนได้ตลอดเวลา
อาจจะดูว่ามีหลายขั้นตอนและค่อนข้างละเอียด แต่เชื่อเถอะครับว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน







