
การันตีศก.ไทยยังแจ๋ว
ธปท.การันตีเศรษฐกิจไทยยังไปได้ แม้เศรษฐกิจโลกหดตัว
ธปท.การันตีเศรษฐกิจไทยยังไปได้ แม้เศรษฐกิจโลกหดตัว
ความกังวลใจของนักลงทุนที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะทยอยถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ (คิวอี) ทำให้เกิดการเทขายหุ้นอย่างหนักตลอดสัปดาห์นี้ นักลงทุนเริ่มลดการลงทุนในภูมิภาคนี้รวมทั้งไทย ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี ในการหารือระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าภาพรวมระบบเศรษฐกิจการเงินไทยยังมีเสถียรภาพดี เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวได้จากพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แม้จะชะลอตัวลงในไตรมาสแรก เนื่องจากการบริโภคในประเทศชะลอตัว
ทั้งนี้ กนง.ยังมีความเป็นห่วงในเรื่องหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและเร่งตัวขึ้นมากในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าหนี้ครัวเรือนบางส่วนจะใช้ในการซื้อบ้านและสินทรัพย์ถาวร แต่ก็อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อย และกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีให้ลดลง
สำหรับระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีความมั่นคง สินเชื่อขยายตัวต่อเนื่อง แต่จากสินเชื่ออุปโภคบริโภคและ สินเชื่อ SME เป็นหลัก แม้จะเริ่มชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจบ้าง แต่คุณภาพสินเชื่อโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี เงินกองทุนและเงินสำรองหนี้เสียอยู่ในระดับสูง สามารถช่วยรองรับปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและระบบการเงิน ในอนาคตได้
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวและการแข่งขันที่สูงของสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อ SME ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ยังต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป
ขณะที่ภาคการส่งออกยังทรงตัวและขยายตัวช้าตามทิศทางของเศรษฐกิจโลกอนึ่ง ตัวเลขส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ยังขยายตัวได้ดีกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค อย่างไรก็ดี มีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SME) บางส่วนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้แรงงานสูงและมีอัตรากำไรต่ำ ที่เคยได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ
ด้านตลาดการเงิน ที่ประชุมเห็นว่า การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงต้นปีที่ผ่านมา สะท้อนการปรับตัวของค่าเงินบาทหลังจากค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาคแข็งค่าไปในปีก่อนแล้ว และเป็นผลจากเงินทุนไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้ระยะยาว สะท้อนถึงความต้องการลงทุนที่แท้จริงในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี เงินทุนเคลื่อนย้ายยังมีแนวโน้มผันผวนและอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินในระยะต่อไป จากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ถือเป็นปัจจัยที่จะสนับสนุนเงินทุนไหลเข้า
และตลาดการเงินที่ยังอ่อนไหวต่อข่าวสาร อาทิ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ดีขึ้น ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการลดระดับสภาพคล่องในตลาดเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เงินทุนไหลออกได้
ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานผลการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และ คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.)เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ว่า ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าภาพรวมระบบเศรษฐกิจการเงินไทยมีเสถียรภาพ โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ แม้จะชะลอลงในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา จากอุปสงค์ในประเทศชะลอ หลังจากที่เร่งตัวมากในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากมีแรงส่งจากปัจจัยพื้นฐานที่อยู่ในเกณฑ์ดี
ขณะที่ภาคการส่งออกยังทรงตัวและขยายตัวช้า ตามทิศทางของเศรษฐกิจโลก อนึ่ง ตัวเลขส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ยังขยายตัวได้ดีกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค อย่างไรก็ดี มีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(SME) บางส่วนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้แรงงานสูงและมีอัตรากำไรต่ำ ที่เคยได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ
ด้านตลาดการเงิน ที่ประชุมเห็นว่า การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงต้นปีที่ผ่านมา สะท้อนการปรับตัวของค่าเงินบาทหลังจากค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาคแข็งค่าไปในปีก่อนแล้ว และเป็นผลจากเงินทุนไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้ระยะยาว สะท้อนถึงความต้องการลงทุนที่แท้จริงในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี เงินทุนเคลื่อนย้ายยังมีแนวโน้มผันผวนและอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินในระยะต่อไป จากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ถือเป็นปัจจัยที่จะสนับสนุนเงินทุนไหลเข้า
และตลาดการเงินที่ยังอ่อนไหวต่อข่าวสาร อาทิ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ดีขึ้น ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการลดระดับสภาพคล่องในตลาดเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เงินทุนไหลออกได้
สำหรับระบบธนาคารพาณิชย์ไทย ที่ประชุมมองว่า ยังมีความมั่นคง สินเชื่อขยายตัวต่อเนื่อง จากสินเชื่ออุปโภคบริโภคและ สินเชื่อ SME เป็นหลัก แม้จะเริ่มชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจบ้าง แต่คุณภาพสินเชื่อโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี เงินกองทุนและเงินสำรองหนี้เสียอยู่ในระดับสูง สามารถช่วยรองรับปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและระบบการเงิน ในอนาคตได้
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวและการแข่งขันที่สูงของสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อ SME ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ยังต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่า ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและเร่งขึ้นมากในช่วง 23 ปีที่ผ่านมาเป็น ปัจจัยเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าหนี้ครัวเรือนบางส่วนจะใช้ในการซื้อบ้านและสินทรัพย์ถาวร แต่ก็อาจทำให้สภาพคล่องทางการเงินของครัวเรือนลดลง และส่งผลให้ความสามารถใน การชำระหนี้อ่อนไหวต่อปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อย
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ทิสโก้ได้ปรับลดเป้าหมาย ดัชนี หุ้นสิ้นปีนี้ลงเป็น 1,550 จุด จาก ระดับ1650 จุดที่ปรับตัวขึ้นไปแล้วในช่วงกลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดที่หดลงจากเม็ดเงินไหลเข้าในตลาดพันธบัตรที่น้อยลง ตามโอกาสการถอน/ลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี) ของสหรัฐ ซึ่งผลกระทบจาก อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น และแนวโน้มการเติบโตของกำไรในปี 2557 ที่ชะลอตัวลง
“หุ้นไทยที่เคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,500 จุดปัจจุบันนับว่าสะท้อนการลดคิวอีไปแล้ว 70%”
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงาน วิจัยหลักทรัพย์ บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)หากประเมินดัชนีหุ้นไทยในระดับที่สะท้อนการหยุดมาตรการคิวอีจะได้ระดับดัชนีที่เหมาะสม1,4001,500จุด พีอี1112เท่าอย่างไรก็ตามบริษัทยังคงประมาณการดัชนีเป้าหมายจนถึงเดือนมี.ค.2557ที่1,750 จุด
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หากประเมินดัชนีหุ้นไทยในระดับที่สะท้อนการหยุดมาตรการคิวอีจะได้ระดับดัชนีที่เหมาะสม 1,4001,500 จุด พี/อี 1112 เท่า บริษัทยังคงประมาณการดัชนีเป้าหมายจนถึงเดือน มี.ค. 2557 ที่ 1,750 จุด
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ทิสโก้ได้ปรับลดเป้าหมาย ดัชนีหุ้นสิ้นปีนี้ลงเป็น 1,550 จุด จากเป้าหมายเดิมที่ 1650 จุด ที่ปรับตัวขึ้นไปแล้วในช่วงกลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมองว่าการที่เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดที่หดลงจากเม็ดเงินไหลเข้าในตลาดพันธบัตรที่น้อยลง ตามโอกาสการถอน/ลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี) ของสหรัฐ ซึ่งผลกระทบจาก อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น และแนวโน้มการเติบโตของกำไรในปี 2557 ที่ชะลอตัวลง
“หุ้นไทยเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,500 จุดปัจจุบันนับว่าสะท้อนการลดคิวอีไปแล้ว 70%”







