
กฟภ.ผนึกกรมชลฯผุดโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
กฟภ.จับมือกรมชลฯ ใช้งบ 1,150 ล้านบาท ผุดโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 15 แห่ง
กฟภ.จับมือกรมชลฯ ใช้งบ 1,150 ล้านบาท ผุดโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 15 แห่ง
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กรมชลประทานและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กที่ประตูระบายน้ำ และอ่างเก็บน้ำกรมชลประทาน ระยะที่ 2 เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 15 แห่ง กำลังการผลิตรวม 12 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุน 1,150 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน และลดการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ประมาณ 52 ล้านหน่วยต่อปี หรือปีละ 160 ล้านบาท ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ประมาณ 30,330 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการ กฟภ. เปิดเผยแผนการดำเนินโครงการว่า แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ระยะที่ 2 ออกแบบและการก่อสร้าง และระยะที่ 3 การบริหารจัดการของโรงไฟฟ้าเมื่อสร้างแล้วเสร็จ รวมระยะเวลา 5 ปี (25562560) โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้คัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพมาดำเนินการ ออกแบบก่อสร้างโครงการทั้งสิ้น 15 แห่ง แบ่งเป็น การผลิตไฟฟ้าที่อ่างเก็บน้ำ 10 แห่ง เช่น ใน จ.ระยอง ตราด เพชรบูรณ์ ลำปาง เชียงใหม่ สกลนคร สงขลา และที่ประตูระบายน้ำ 5 แห่ง ที่ จ.นครสวรรค์ พิษณุโลก พิจิตร ลพบุรี สระบุรี
สำหรับความคืบหน้าของแผนการลงทุนด้านพลังงานทดแทนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาโครงการลงทุน ซึ่งมีมูลค่ารวม 3 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการดำเนินการผ่านบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่น แนล ตั้งเป้าหมายผลิตพลังงานทดแทน ประเภท โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ มีกำลังการผลิตรวม 300 เมกะวัตต์ ในระยะเวลา 5 ปี (2556-2560 )
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วประเทศไทยมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่รวมทั้งสิ้น 33 อ่าง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 448 อ่าง นอกจากนี้ยังมีประตูระบายน้ำมากกว่า 500 แห่ง ซึ่งอ่างเก็บน้ำเหล่านั้นมีศักยภาพสำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำมากถึง 267 โครงการ โดยความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นโครงการแรกในประเทศที่ได้นำพลังน้ำไหลที่ผันจากประตูระบายน้ำของกรมชลประทานมาผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ







