
‘บลจ.วรรณ’ตั้งเป้าปันผล2%ทุกไตรมาส
บลจ.วรรณ มั่นใจปีนี้เข้าเป้า ครึ่งปีหลังลุยต่อ เล็งออก 4 กองทุน ประเดิมกองผสมจ่ายปันผลไตรมาสละ 2%
บลจ.วรรณ มั่นใจปีนี้เข้าเป้า ครึ่งปีหลังลุยต่อ เล็งออก 4 กองทุน ประเดิมกองผสมจ่ายปันผลไตรมาสละ 2%
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า แม้ว่าในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ของบริษัทจะเติบโตน้อยกว่าอุตสาหกรรมจัดการกองทุน แต่มั่นใจว่าในปีนี้จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8.4 หมื่นล้านบาท
“ณ สิ้นเดือน เม.ย. เอยูเอ็มของ บลจ.วรรณ อยู่ที่ 7.93 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ครึ่งหลังของปีนี้มีแผนที่จะออกกองทุน 4 กองทุน และคาดว่าจะเพิ่มสินทรัพย์ได้อีก 4,0005,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นโยบายของเราไม่ได้เน้นการออกกองทุนเพื่อเพิ่มสินทรัพย์ เช่น กองทุนตราสารหนี้ที่มีระยะเวลา รวมทั้งกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ แต่จะเน้นออกกองทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนได้ ไม่เน้นแข่งกับธนาคารขนาดใหญ่” นายวิน กล่าว
ทั้งนี้ 4 กองทุน ที่มีแผนจะออก ได้แก่ กองทุนต่างประเทศ 1 กองทุน ที่เน้นลงทุนในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากประเมินว่าค่าเงินเยนจะยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่า ซึ่งเป็นผลดีต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน กองทุนหุ้นในประเทศ กองทุนตราสารหนี้ในประเทศ และกองทุนผสมอีกประเภทละ 1 กองทุน
ทั้งนี้ ในวันที่ 1326 มิ.ย.นี้ บลจ.วรรณ เปิดขายกองทุนเปิดวรรณ อินคัม พรีเมียร์ ฟันด์ ซึ่งเป็นกองทุนผสมที่มีนโยบายลงทุนสินทรัพย์หลายประเภทที่สามารถลงทุนได้ในประเทศไทย ตั้งแต่ หุ้น ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์ ทองคำ และน้ำมัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนแบบสมบูรณ์ หรือคงที่ (Absolute Return) ไม่อิงกับเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งถือเป็นกองทุนแรกในอุตสาหกรรมที่มีนโยบายการลงทุนและสร้างผลตอบแทนลักษณะนี้
“การสร้างผลตอบแทนแบบ Absolute Return คือ จะบอกไปเลยว่าต้องการผลตอบแทนปีละเท่าไร ซึ่งในระยะเวลา 2 ปี ข้างหน้ากำหนดผลตอบแทนไว้เฉลี่ยปีละ 8% ต่อปี แต่ในแต่ละไตรมาสจะให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอไตรมาสละ 2% โดยการขายหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อกองทุนมีกำไร ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะพยายามทำให้ผลตอบแทนเป็นบวกอยู่ตลอดและทำให้ขาดทุนให้น้อยที่สุด หรือรักษาเงินต้นเอาไว้” นายวิน กล่าว
นายวิน กล่าวว่า สถิติตั้งแต่ปี 2547 ถึงสิ้นไตรมาสแรกปี 2556 พบว่า หากต้องการอัตราผลตอบแทน 2% ต่อไตรมาส โดยจัดสัดส่วนของหุ้นและตราสารหนี้ที่ได้อย่างเหมาะสม มีโอกาสถึง 97% ที่จะได้กำไรจากการลงทุน และผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อไตรมาสประมาณ 2.15%
พร้อมกันนี้ นายวิน กล่าวอีกว่า ผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์การลงทุน ซึ่งจะติดตามสถานการณ์ทุกวัน ทำให้กองทุนรูปแบบนี้เหมาะกับการลงทุนในช่วงที่สินทรัพย์ประเภทต่างๆ มีความผันผวนสูงแบบในปัจจุบัน โดยในช่วงนี้จะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ สัญญาซื้อขายดอลลาร์ล่วงหน้า (USD Futures) และถือเงินสด
“กองทุนนี้จึงเหมาะกับการออมอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว เพราะนักลงทุนไม่ต้องปรับพอร์ตเองและเหมาะกับคนที่ต้องการรายได้ประจำ” นายวิน กล่าว n







