
คุมเงินกู้อสังหาฯภาคเกษตร
เคแบงก์ให้ลูกค้าเปิดบัญชีกับธนาคารระบุตลาดต่างจังหวัดแข่งกันแรง
เคแบงก์ให้ลูกค้าเปิดบัญชีกับธนาคารระบุตลาดต่างจังหวัดแข่งกันแรง
“เคแบงก์” เข้มปล่อยกู้อสังหาฯ ภูธรธุรกิจการเกษตร เพิ่มเงื่อนไขให้ลูกค้าเดินบัญชีกับธนาคารหวังลดเสี่ยง
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้เพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีในภาคอสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัด และธุรกิจในภาคการเกษตรมากขึ้น เนื่องจากพบว่าปัจจุบันลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่สูงขึ้น จากภาวะการแข่งขันที่ร้อนแรงเกินความเป็นจริงในภาคอสังหาริมทรัพย์นอก กทม.และปริมณฑล
ขณะเดียวกัน ยังพบว่า มีลูกค้าในภาคเกษตรกรรมบางส่วนที่นำสินเชื่อไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น นำเงินไปสต๊อกสินค้าเพื่อเก็งกำไร
นายพัชร กล่าวว่า สำหรับลูกค้าอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการเปิดโครงการใหม่ในช่วงนี้ ธนาคารอาจต้องดูความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น เช่น มีเงินลงทุนของตัวเองเท่าไหร่ มียอดจอง ประสบการณ์หรือไม่ ทำเลเป็นอย่างไร เนื่องจากขณะนี้การแข่งขันในธุรกิจนี้รุนแรงขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาแข่งขันในตลาด โดยอาศัยความได้เปรียบในเชิงต้นทุนทางการเงินที่ถูกกว่า โดยต้นทุนรายใหญ่จะอยู่ที่ 4% ขณะที่เอสเอ็มอีมีต้นทุนอยู่ที่ 8%
กลุ่มลูกค้าในภาคเกษตรทั้งอุตสาหกรรมข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และยางพารา เป็นกลุ่มที่ธนาคารควบคุมวัตถุประสงค์การใช้สินเชื่อได้ยาก และมีปัญหาในการตรวจสอบบัญชี เพราะลูกค้าบางรายไม่ได้เดินบัญชีกับธนาคาร ทำให้ธนาคารอาจเพิ่มเงื่อนไขกับลูกค้าว่าจะต้องมาเดินบัญชีกับธนาคาร เพื่อให้สามารถตรวจสอบเงินเข้าออกได้
“ลูกค้าสองกลุ่มนี้รวมกันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของสินเชื่อเอสเอ็มอี แต่เราไม่ได้ตัดวงเงินสินเชื่อเลยเพียงแต่เพิ่มความระมัดระวังในกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่รู้จักกันดีพอ ซึ่งยอมรับว่ามีลูกค้าที่อยากโตเร็วและขอวงเงินเพิ่มเข้ามาเยอะพอสมควร แต่รายไหนที่เห็นว่ายังไม่พร้อม เราก็ไม่ปล่อย ทำให้ถูกคู่แข่งรีไฟแนนซ์หนี้ออกไป ซึ่งต้องยอมให้น้ำไหลออกไปบ้าง” นายพัชร กล่าว
นายพัชร กล่าวอีกว่า จากการบริหารความเสี่ยงภายในของธนาคารทำให้ลูกค้าบางส่วนรีไฟแนนซ์ออกไป ส่งผลให้ภาพรวมสินเชื่อเอสเอ็มอีในช่วง 4 เดือนแรกของธนาคารเติบโตขึ้นแค่ 4% โดยมีฐานสินเชื่อรวมที่ 4.56 แสนล้านบาท มียอดสินเชื่อใหม่ทั้งสิ้น 7.6 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี รายได้จากธุรกิจเอสเอ็มอีของธนาคารยังคงเติบโตขึ้น 15% รายได้ค่าธรรมเนียมก็ขยายตัวได้ 22% แต่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่ำเพียงแค่ 3.05%
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ขณะนี้ยังไม่ร้อนแรง สินเชื่อโดยรวมโตแค่ 13% แค่จับตาดูก็พอ ไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะเศรษฐกิจช่วงนี้ชะลอตัวลง ส่วนการเพิ่มวงเงินนั้นเป็นเพราะ ผู้ประกอบต้องการปกป้องตัวเอง







