
ประมูลทีวีดิจิตอลส่อกร่อย
ไอพีเอ็มทีวีกับพีเอสไอ ถอดใจ หากค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิตอลสูงเกินไป อาจไม่เข้าร่วมประมูลช่องรายการ
ไอพีเอ็มทีวีกับพีเอสไอ ถอดใจ หากค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิตอลสูงเกินไป อาจไม่เข้าร่วมประมูลช่องรายการ
นายมานพ โตการค้า ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอพีเอ็มทีวี เปิดเผยว่า สิ่งที่กังวลมากที่สุดสำหรับการเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอลในขณะนี้ คือความไม่ชัดเจนของโครงข่ายทีวีดิจิตอล เนื่องจากขณะนี้ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)ยังไม่ได้ออกใบอนุญาตโครงข่ายให้กับผู้ประกอบการรายใด
ทั้งนี้ จากความล่าช้าดังกล่าวส่งผลให้บริษัทและผู้ที่จะเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอลไม่สามารถคำนวณงบประมาณลงทุนในธุรกิจดังกล่าวได้ เนื่องจากยังไม่ทราบต้นทุนค่าเช่าโครงข่าย ซึ่งถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับทำธุรกิจทีวีดิจิตอล
นอกจากนี้ ความไม่ชัดเจนของพื้นที่ให้บริการโครงข่ายสัญญาณทีวีดิจิตอลก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่บริษัทมีความกัวล เพราะหากลงทุนไปแล้วสัญญาณไม่ครอบคลุมครัวเรือนจำนวนมากพอก็ไม่คุ้ม ซึ่งหากราคาค่าโครงข่ายแพงเกินไป บริษัทอาจจะต้องทบทวนการเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอลในช่องเด็กและทั่วไปอีกครั้ง
ปัจจุบัน ไอพีเอ็ม มีช่องทีวีดาวเทียมออกอากาศ 120 ช่อง คาดสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 200 ช่อง แบ่งเป็นช่องคมชัดสูง (HD) 10 ช่อง และอีก 1-2 ปีจะเป็น 300 ช่อง แบ่งเป็นเอชดี 40 ช่อง รองรับทีวีดิจิตอล
นายนภาศักดิ์ โคตรวิบูลย์ กรรมการบริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง กล่าวว่า หากราคาค่าโครงข่ายสูงเกินไป บริษัทอาจต้องทบทวนการเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอลอีกครั้ง เพราะสู้ไม่ไหว หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทประกาศจะร่วมกับบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอลจำนวน 2 ช่อง คือ ช่องวาไรตี้และช่องเด็ก/ครอบครัว
นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าจะเข้าประมูลทีวีดิจิตอลในช่องไหนบ้าง เนื่องจากขณะนี้ กสท.ยังไม่มีความชัดเจนด้านโครงข่ายว่าจะครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง และราคาเท่าไหร่
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กสท.กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้จะมอบใบอนุญาตโครงข่ายให้กับผู้ยื่นขอ 4 ราย ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอลไม่ต้องกังวลว่าจะเตรียมการไม่ทัน เพราะจะมีระยะเวลา 30 วันในการตัดสินใจก่อนการประมูล
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสท. กล่าวว่า อยากให้มีการทำโรดแมปที่แท้จริงให้กับผู้ประกอบการ เพราะถ้าราคาโครงข่ายสูงเกินไป ผู้ประกอบการจะมีเวลาเตรียมตัว ซึ่ง 30 วันที่กำหนดมาในเบื้องต้นจะเพียงพอหรือไม่ คงต้องพิจารณาต่อไป







