
หวั่นหั่นเครดิตทำต้นทุนการเงินพุ่ง
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาแวดวงการเงินต่างจับจ้องไปที่นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลที่กลายเป็นเผือกร้อนโยนความรับผิดชอบกันไปมาระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาแวดวงการเงินต่างจับจ้องไปที่นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลที่กลายเป็นเผือกร้อนโยนความรับผิดชอบกันไปมาระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากบริษัทจัดอันดับเครดิตระดับโลกอย่าง มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ออกมาระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าว อาจเป็นปัจจัยลบต่ออันดับเครดิตไทยในปัจจุบันที่ระดับ Baa1
สะท้อนเป็นนัยว่าอันดับเครดิตไทยมีโอกาสจะถูกลดลงสู่ระดับ Baa2 ซึ่งสูงกว่าขั้นขยะเพียง 2 อันดับ และมองว่าหากรัฐบาลยังดำเนินโครงการรับจำนำข้าวอยู่ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของโครงการนี้ จะทำให้การทำงบประมาณสมดุลของรัฐบาลเป็นเรื่องยาก
ร้อนถึงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ต้องออกโรงโต้ว่าข้อมูลที่มูดี้ส์นำมาใช้นั้นเป็นข้อมูลสาธารณะมากกว่าข้อมูลที่เป็นทางการ โดยส่งไม้ต่อให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ชี้แจงต่อมูดี้ส์ แต่ปรากฏว่า สศค.เองก็ไม่สามารถชี้แจงได้ และให้เหตุผลว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขรับจำนำข้าวที่แท้จริงให้
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้กระทบความเชื่อมั่นเป็นลูกโซ่ไปยังภาคการเงินและภาคเอกชนเกิดความกังวลว่า หากเครดิตของประเทศสั่นคลอน ต้นทุนการระดมเงินและกู้ยืมจากต่างประเทศจะแพงขึ้น
แม้ว่าในช่วงปลายสัปดาห์ นายสเตฟเฟน ไดค์ นักวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับประเทศของมูดี้ส์ จะออกมากลับลำว่า โครงการรับจำนำข้าวจะไม่มีผลต่อการพิจารณาอันดับเครดิตของประเทศไทย แต่การที่กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลตัวเลขขาดทุนที่แท้จริง ทำให้ยังมีความกังวลในตลาด
แบงก์ระวังตัวให้กู้โรงสี
ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์บางแห่งเริ่มเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยกู้กลุ่มลูกค้าธุรกิจโรงสีมากขึ้น เพราะเกรงว่าภาครัฐอาจไม่สามารถแบกรับภาระขาดทุนได้ จนต้องปรับเปลี่ยนหรือล้มเลิกโครงการจำนำข้าว ส่งผลต่อรายได้ของกลุ่มโรงสี เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา โรงสีหลายแห่งได้มีการกู้ยืมเงินไปขยายกำลังผลิตและโกดังเพื่อรองรับโครงการจำนำข้าว
แบงก์ยันไม่ลดดอกเบี้ย
ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่บางรายเริ่มชะลอการตัดสินใจการลงทุน เนื่องจากเกรงว่าต้นทุนการเงินจะแพงขึ้นจนกลายเป็นแรงกดดันอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ธนาคารพาณิชย์ยังไม่สามารถลดดอกเบี้ยตามมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้
สอดคล้องกับธนาคารกรุงเทพ ที่ระบุว่า ทิศทางดอกเบี้ยธนาคารในรอบนี้มีปัจจัยความผันผวนทางการเงินเพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากการแข่งขันในตลาด ทำให้ธนาคารอาจต้องใช้เวลาเฝ้าดูสถานการณ์อีกสักระยะก่อนตัดสินใจ







