posttoday
ค้าปลีกยึดราชประสงค์ปรับสมรสภูมิเดือด

ค้าปลีกยึดราชประสงค์ปรับสมรสภูมิเดือด

06 มิถุนายน 2556

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

เหลือเวลาอีกเพียง 3 ปี หรือประมาณปี 2559 ภาพแลนด์มาร์กช็อปปิ้งใจกลางกรุงเทพฯ อย่างย่านราชประสงค์ก็จะเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ เพราะที่ดินอีก 2 ผืนที่เหลือ ผู้ที่ได้รับสิทธิตัดสินใจแล้วว่าจะพัฒนาที่ดินเป็นศูนย์การค้า ซึ่งจะส่งผลให้ตลอดแนวถนนราชดำริตั้งแต่แยกราชประสงค์บรรจบ แยกประตูน้ำ สองฝั่งถนนจะเต็มไปด้วยห้างค้าปลีก และการแข่งขันย่อมรุนแรงมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ห้างค้าปลีกแต่ละรายต้องพยายามสร้างจุดขายของตัวเอง เพื่อสร้างความต่างไปจากคู่แข่งในย่านเดียวกัน

เริ่มต้นจากหัวถนนบริเวณแยกราชประสงค์ ที่มีศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า ซึ่งปัจจุบันมีบริษัท หลังจากบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป มีมติซื้อขายหุ้นสามัญของบริษัท เอราวัณ ราชประสงค์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยให้แก่ บริษัท เกษร โฮลดิ้ง เป็นผู้บริหาร เมื่อปี 2550 ส่งผลให้ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า และเอราวัณ แบงคอก ซึ่งอยู่ภายในอาคารของโรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ก็ได้ปรับปรุงศูนย์การค้า โดยวางตำแหน่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งประสบการณ์ใหม่เนื่องจากมีสินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์ชั้นนำระดับเวิลด์คลาสอยู่ภายในศูนย์การค้ากว่า 300 ร้านค้า เพื่อเจาะกลุ่มคนทำงานในย่านดังกล่าว หนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักดังกล่าวคือ พนักงานออฟฟิศ ที่ทำงานอยู่ภายในอาคารสำนักงานอัมรินทร์ พลาซ่า ทั้ง 15 จำนวน 30 บริษัท ขณะที่ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงคอก จะเน้นจำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังที่ไม่มีจำหน่ายที่ไหนมาก่อน

สำหรับฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเกษร บริหารงานโดยบริษัท เกษร แลนด์ แอสเซท แมนเนจเม้นท์ ในปีนี้มีแผนร่วมกับเจ้าของแบรนด์เนมชื่อดังใช้งบไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบ 12 ปี ภายใต้คอนเซปต์ “ลา เมซอง” เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของความเป็นผู้นำด้านลักชัวรีไลฟ์สไตล์ระดับโลก คาดแล้วเสร็จเดือน ต.ค. 2556

จากนั้นในปี 2557 บริษัท เกษรฯ จะเดินหน้าก่อสร้างศูนย์การค้าเกษร เฟส 2 บนพื้นที่ 6 ไร่ บริเวณด้านข้างติดกับโครงการเดิม เบื้องต้นคาดลงทุน 3,500 ล้านบาท โดยจะเป็นอาคารสูง 30 ชั้น ประกอบด้วยสำนักงานให้เช่า 26 ชั้น และศูนย์การค้า 4 ชั้น

การขยายพื้นที่เฟส 2 จะส่งผลให้ศูนย์การค้าเกษรมีความครบวงจรในการบริการมากขึ้น เพราะจะไม่เป็นแค่ลักชัวรีรีเทลเท่านั้น แต่จะเป็นลักชัวรีรีเทล ออฟฟิศควบคู่กันไป คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการปี 2559

ขยับมาด้านข้างจะเป็นที่ตั้งของห้างบิ๊กซี ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีจุดขายเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต เน้นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพและราคาประหยัด ต่างจากคู่แข่งในย่านดังกล่าว รวมทั้งมีพื้นที่ทาวน์เซ็นเตอร์ หรือบริการให้เช่าพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้ามาทำธุรกิจในบิ๊กซี

ถัดจากบิ๊กซีจะเป็นพื้นที่ของโครงการเดอะ มาร์เก็ต บาย แพลทินัม โครงการน้องใหม่บนที่ดิน 21 ไร่ ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยบริษัท เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ มีแผนพัฒนาเป็นศูนย์การค้าสำหรับการขายปลีกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และร้านอาหารแบรนด์ชั้นนำ ด้วยงบลงทุน 5,000 ล้านบาท เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและศูนย์การค้าแพลทินัมที่เน้นขายส่งเป็นหลัก คาดพร้อมเปิดบริการต้นปี 2559 เช่นกัน

นอกจากนี้ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต บาย แพลทินัม ยังจะชูจุดเด่นในด้านของสินค้าประเภทมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวภายในอาคาร ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแล้วบริเวณด้านหลังศูนย์การค้ายังจะมีการสร้างเป็นตลาดจำหน่ายอาหารและสินค้าของที่ระลึก เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวอีกด้วย เนื่องจากศูนย์การค้าดังกล่าวจะเปิดให้บริการถึงเที่ยงคืน โดยหลังจากเริ่มก่อสร้างในปลายปีนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในต้นปี 2559

พงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ กล่าวว่า ในส่วนของศูนย์การค้าแพลทินัมในปี 2555 ได้ปรับปรุงชั้น 3 ชั้น 4 และชั้น 5 แล้ว และปีนี้จะปรับปรุงพื้นที่ชั้นใต้ดิน ชั้น 1 และชั้น 2 พร้อมปรับศูนย์อาหารใหม่ ภายใต้งบลงทุนรวม 200 ล้านบาท

“หลังเปิดเออีซีการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในย่านราชประสงค์จะแข่งขันกันอย่างรุนแรง ซึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยนิยมทำ คือ เที่ยวและรับประทานอาหาร ทำให้ธุรกิจค้าปลีกเริ่มปรับตัวด้วยการเพิ่มบริการต่างๆ ให้หลากหลายและแตกต่างไปจากคู่แข่ง เพื่อดึงลูกค้าเข้าไปใช้บริการ” พงษ์ศักดิ์ กล่าว

อีกหนึ่งศูนย์การค้าหัวมุมประตูน้ำก็คือ ศูนย์การค้าพาลาเดียม ของบริษัท เกรทไชน่า มิลเลนเนียม (ไทยแลนด์) หลังจากใช้งบก้อนโตในการปรับปรุงศูนย์การค้าไป 5,000 ล้านบาท เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา บริษัท เกรทไชน่าฯ พยายามสร้างจุดขายของศูนย์การค้าให้เป็นศูนย์ค้าส่งแบบครบวงจร เพราะภายในตัวโครงการนอกจากจะมีพื้นที่ค้าปลีกแล้วยังมีอาคารในส่วนของโรงแรม และอาคารสำนักงาน แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม หลังจากรายการตีสิบเข้าไปเช่าพื้นที่เพื่อทำเป็นสตูดิโอจัดรายการ ต้องจับตามองว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านลูกค้าหรือไม่

แต่ศูนย์การค้าที่ติดลมบนมีลูกค้าเข้าใช้บริการเฉลี่ยต่อวันไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน อย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันนี้ก็ยังคงเดินหน้าปรับปรุงต่อเนื่อง โดยปีนี้จะใช้งบไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ปรับปรุงศูนย์การค้าครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับเป็นศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์เจาะกลุ่มลูกค้าขาช้อปทั้งในประเทศและต่างประเทศระดับ 56 ดาว

การปรับปรุงดังกล่าวถือเป็นการปรับปรุงใหญ่ในรอบ 78 ปีที่เปิดให้บริการ เนื่องจากต้องการขยายพื้นที่ร้านอาหารและแฟชั่นให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยทยอยปรับปรุงในปีนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ปี 2557

การออกมาปรับตัวของผู้ประกอบการศูนย์การค้าในครั้งนี้ ทั้งการปรับปรุงศูนย์เก่า หรือเปิดศูนย์ใหม่ ถือเป็นการต่อจิ๊กซอว์เพื่อเติมเต็มให้ย่านราชประสงค์เป็นแลนด์มาร์กค้าปลีกที่สมบูรณ์แบบ โดยภาพจะปรากฏชัดเจนในปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะจะได้ทั้งลูกค้าคนไทยและลูกค้าต่างชาติที่จะหลั่งไหลเข้ามาหลังเปิดเออีซีอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร