
ไฟแนนซ์ทูเดย์
“อะไรที่ตัดสินใจไปแล้ว จงยอมรับผลของการตัดสินใจนั้น”
“อะไรที่ตัดสินใจไปแล้ว จงยอมรับผลของการตัดสินใจนั้น”
...ไม่เฉพาะบริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เท่านั้นที่ส่งเสียงเตือนถึงภัยในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าอาจกระเทือนถึงการปรับลดเครดิตประเทศไทยจากระดับ BAA1
...สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ที่ได้ประกาศคงอันดับเครดิตประเทศ ระดับ BBB+ เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ก็เป็นห่วงในเรื่องการเมืองและนโยบายรัฐ โดยเฉพาะจำนำข้าว
หากรัฐบาลจำไม่ได้ ต้นกล้าขอนำคำชี้แจงของ คิม เอง ตัน ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การจัดอันดับภาครัฐของ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี)ประจำเอเชีย แปซิฟิก ที่ระบุว่า เอสแอนด์พี คงอันดับเครดิตประเทศไทยที่ระดับ BBB+
เอสแอนด์พี ระบุว่า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดี แต่ปัจจัยสำคัญที่ให้ความสำคัญและเป็นห่วงมาโดยตลอดคือ เสถียรภาพทางการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ซึ่งถือว่ามีความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก
ขณะที่ แม้ว่าฐานะทางการคลังของประเทศอยู่ในระดับดี รัฐบาลไม่มีภาระหนี้ในระดับน่าเป็นห่วงก็ตาม แต่ในแง่ขององค์กรที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายและโครงการต่างๆ ของรัฐบาลนั้น ยังต้องติดตาม เช่นธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน หากในอนาคตเกิดภาระหนี้ขึ้นมาอาจกระทบต่อฐานะการเงินของรัฐบาลในภายภาคหน้าได้
นอกจากนี้ ยังมีโครงการจำนำข้าว ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าจะมีผลขาดทุนมากน้อยแค่ไหน และหากเกิดผลขาดทุนขึ้นจริงจะกลายเป็นความเสี่ยงต่อฐานะการคลังของรัฐบาลในอนาคต
นโยบายของรัฐบาลที่ประกาศลงทุน 2 ล้านล้านบาท ในโครงการเมกะโปรเจ็กต์ แม้จะนับว่าเป็นผลดีต่อประเทศไทย แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
...นี่คือปมใหญ่ที่สถาบันจัดอันดับต่างประเทศสะท้อนออกมาถึงคุณลักษณะพิเศษของไทยที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข
...เพราะตอนนี้อันดับเครดิตไทยอยู่ในระดับ BBB+ มาเป็นเวลานาน เป็นอันดับ 3 รองจากสิงคโปร์ที่อยู่ระดับ AAA และมาเลเซีย ที่ A ต้นทุนของไทยจึงสูงกว่าคู่แข่งอยู่มาก
...ศิริ การเจริญดี กรรมการนโยบายการเงิน แนะนำรัฐบาลว่า ควรเปิดเผยรายงาน ให้มูดี้ส์ได้รับทราบ ถ้าไม่เปิดเผย อาจทำให้มูดี้ส์ประเมินว่าหายเกินมากไปเรื่อยๆได้







