
ส่งออกสดมัว
ข้อมูลผิดเดือนเม.ย.โตแค่2.89% คลังต้องหั่นจีดีพีชี้เศรษฐกิจแผ่ว กรมศุลฯยอมรับผิดเร่งแก้ระบบ
ข้อมูลผิดเดือนเม.ย.โตแค่2.89% คลังต้องหั่นจีดีพีชี้เศรษฐกิจแผ่ว กรมศุลฯยอมรับผิดเร่งแก้ระบบ
พาณิชย์แก้ตัวเลขส่งออก เม.ย.ใหม่ โตแค่ 2.89% จากเดิม 10% คลังลดเป้าจีดีพี
กระทรวงการคลังเตรียมปรับลดเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจ จากเดิมที่คาดไว้ 5.3% เนื่องจาก 2 ปัจจัย คือ เศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัวเพียง 5.3% ต่ำกว่าประมาณการไว้ที่ 6% ขณะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากที่คาดว่าจะขยายตัว 6.3%
ขณะที่การส่งออกเดือน เม.ย. กระทรวงพาณิชย์ปรับตัวเลขใหม่ ทำให้การขยายตัวลดเหลือ 2.89% จากเดิมที่แถลงว่า 10.52% โดยมีมูลค่าการส่งออกเหลือ 1.74 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หากคิดเป็นรูปเงินบาทมีมูลค่า 5.06 แสนล้านบาท
นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องปรับลดการส่งออกเดือน เม.ย. เพราะกรมศุลกากรแจ้งตัวเลขคลาดเคลื่อน โดยตลาดฮ่องกงเดิมได้รับแจ้งว่ามียอดส่งออก 2,177 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 176.6% แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีมูลค่าเพียง 887 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มเพียง 12.6%
นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมศุลกากร ยอมรับว่าข้อมูลผิดพลาดจริง เนื่องจากระบบไปคำนวณตัวเลขส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปฮ่องกงดับเบิ้ล ทำให้ตัวเลขสูงเกินจริง โดยสั่งการให้แก้ไขระบบแล้ว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 จะขยายตัวได้น้อยกว่าไตรมาสแรก และครึ่งปีหลังการขยายตัวจะแผ่วมาก เพราะฐานปีก่อนหน้าสูง โดยในปีที่ผ่านมาการส่งออกมีปัญหา แต่มีโครงการรถยนต์คันแรกเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนปีนี้รถคันแรกอ่อนแรง ขณะที่การส่งออกยังมีปัญหาขยายตัวได้ไม่ดีเหมือนเดิม” นายเอกนิติ กล่าว
ทั้งนี้ เดือน เม.ย. พบว่าน่าเป็นห่วง โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมมีแนวโน้มติดลบ หลังจากเดือน เม.ย. ติดลบ 3.8% และเดือน พ.ค. จะยังติดลบต่อเนื่อง ขณะที่ภาคเกษตรเดือน เม.ย. ก็พบว่าติดลบ
นอกจากนี้ การลงทุนของไทยมีปัญหา มีการนำเข้าสินค้าทุนติดลบ 8.5% ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณแผ่วตัวลง การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริโภคเดือนเม.ย. ขยายตัว 3.7% และยอดการจำหน่ายรถยนต์โต 22.9% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่โต 93.4%







