posttoday
เจาะกลยุทธ์ Lazadaต้นแบบอีคอมเมิร์ซ

เจาะกลยุทธ์ Lazadaต้นแบบอีคอมเมิร์ซ

30 พฤษภาคม 2556

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้นตามลำดับ สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะหน่วยงานหลักที่สนับสนุนผู้ประกอบการใหม่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ได้พยายามหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อช่วยธุรกิจให้แข็งแรงขึ้น

ล่าสุดจัดโครงการ “นิว เวฟ อีคอมเมิร์ซ” สร้างคลื่นลูกใหม่ผู้ประกอบการธุรกิจไทย ผ่านการอบรมให้ความรู้ ส่งเสริมการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีคอมเมิร์ซ) มุ่งให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซเพื่อขยายธุรกิจและทำตลาด มีตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จอย่างเว็บไซต์น้องใหม่ “ลาซาด้า” www.lazada.co.th

ปัจจุบันเว็บไซต์ลาซาด้าขายสินค้าจำนวนกว่า 2 หมื่นรายการ เพิ่งเปิดตัวทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน มิ.ย. 2555 ใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี สามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยแบบ “บีทูซี” หรือการขายตรงไปยังผู้บริโภคโดยไม่มีคนกลาง มีลูกค้าเข้ามาชมเว็บไซต์มากกว่า 2 แสนคนต่อวัน

หนึ่งในทีมผู้บริหารที่สร้างปรากฏการณ์เขย่าตลาดครั้งนี้ คือ ชาญชัย อัครเวทวัฒนา รองกรรมการผู้จัดการ เว็บไซต์ลาซาด้า กล่าวว่า บริษัทวางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้มีสินค้าครบทุกกลุ่ม รวม 12 กลุ่ม ทั้งไอที เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าความงาม แฟชั่น โดย ตั้งราคาถูกกว่าห้างสรรพสินค้าทั่วไป 10% พร้อมจัดส่งฟรีใน 2 วัน สำหรับ กทม. และต่างจังหวัด 3 วัน

บริษัทได้ก่อตั้งเว็บไซด์ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ การมี

นอกจากนี้ ได้เสนอบริการ คือ เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้าไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินก่อน แต่เมื่อได้รับสินค้าแล้วไม่พอใจ สามารถคืนสินค้าได้ทันที หากพอใจในสินค้าจึงจะจ่ายเงิน

“บริการดังกล่าวถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพราะเว็บไซต์ขายสินค้าจะให้จ่ายเงินก่อนรับสินค้า ทำให้เกิดปัญหา บางเว็บไซต์ปิดเว็บหนีลูกค้าที่โอนให้แล้วจำนวนมาก” ชาญชัย กล่าว

นอกจากนี้ ต้องอำนวยความสะดวกในช่องทางจ่ายเงินซื้อสินค้า ซึ่งจะมีทั้งจ่ายเงินสด จ่ายผ่านบัตรเครดิต และจ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ในทุกสาขาของร้านเซเว่นอีเลฟเว่น แต่ช่องทางผ่านบัตรเครดิตจะได้รับความสะดวกและรวดเร็วมากที่สุด

การทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีจุดเด่น คือ เพิ่มสินค้าได้ไม่จำกัดจำนวน แต่ต้องจัดหมวดหมู่สินค้าแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน ให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนเข้าไปซื้อสินค้าในศูนย์การค้า มีสีสันการออกแบบดีไซน์หน้าเว็บไซต์สดใส และทำให้ลูกค้าจดจำเว็บไซต์ให้ได้

ขณะเดียวกันสามารถเปิดให้บริการแก่ลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องปิดร้านและไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งไม่เก็บค่าแรกเข้าสินค้า แตกต่างจากศูนย์การค้าทั่วไปที่เก็บค่าแรกเข้าสินค้า และมีเวลาเปิดปิดร้าน รวมทั้งสินค้าที่วางขายในร้านถูกจำกัดจำนวน

กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า สิ่งสำคัญของแผนการตลาดธุรกิจอีคอมเมิร์ซ คือ ทำแผนตลาดให้ตื่นเต้นอยู่เสมอ เพราะหากแผนไม่ตื่นเต้น เมื่อลูกค้าคลิกเข้ามาชมเว็บไซต์ ก็คงไม่ตื่นเต้นตามไปด้วย มีความโดดเด่น พร้อมทำโปรโมชั่นต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาชมเว็บไซต์มากที่สุด

จากความแตกต่างของลาซาด้าทั้งหมด ทำให้สามารถขึ้นเป็นผู้นำในตลาดเว็บไซด์อีคอมเมิร์ซแบบบีทูบีในเวลาเพียงไม่ถึง 1 ปี และทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มียอดขายเติบโตมากที่สุดในจำนวน 5 ประเทศของลาซาด้าที่เปิดตลาด คือ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยสามารถแซงหน้ายอดขายในประเทศเวียดนามในเดือนต.ค.2555

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าภายในปี 2556 จะสร้างยอดขายได้ 1,500 ล้านบาท และจะเพิ่มสินค้าให้มีจำนวน 5 หมื่นรายการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 300 ล้านบาท และในปี 2557 จะถึงจุดคุ้มทุน

ขณะเดียวกันหน่วยงานหลักที่มีบทบาทส่งเสริมและให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซคือ "กรมพัฒนาธุรกิจการค้า" ได้จัดโครงการ “นิว เวฟ อีคอมเมิร์ซ” สร้างคลื่นลูกใหม่ผู้ประกอบการธุรกิจไทย จัดอบรมให้ความรู้ส่งเสริมการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีคอมเมิร์ซ) มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ นักศึกษาใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อขยายธุรกิจ ทำการตลาด ซึ่งเป็นช่องทางการขายใหม่ที่เติบโตสูงและได้รับความสนใจจากประชาชนสูงมาก

หากนับข้อมูลตั้งแต่ปี 2546 วันที่ 30 เมษายน 2556 มีผู้ประกอบการที่ได้รับเครื่องหมาย DBD Registered จำนวนทั้งสิ้น 9,481 ราย (บุคคลธรรมดา 2,685 ราย นิติบุคคล 6,796 ราย) รวม 11,034 เว็บไซด์ โดยเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือจะมีอายุ 1 ปี และต่ออายุได้คราวละ 1 ปี ปี 2555 – เมษายน 2556 มีเว็บไซต์ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายฯ จำนวน 94 เว็บไซต์

ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการค้าขายแบบใหม่ที่กำลังมาแรง และมีอนาคตเติบโตอย่างสดใส ที่สำคัญนักธุรกิจรุ่นใหม่ไม่ต้องลงทุนสูง มีโอกาสสร้างแบรนด์ขายสินค้าได้ทั่วประเทศไทยและขายได้ทั่วโลก อยู่ที่เจ้าของธุรกิจจะเริ่มเปิดโอกาสขยายช่องทางขายใหม่หรือไม่

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่