posttoday
ระบบป้องกันไฟฟ้า

ระบบป้องกันไฟฟ้า

30 พฤษภาคม 2556

หลังเหตุการณ์ไฟดับเป็นวงกว้างใน 14 จังหวัดภาคใต้ของไทยผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ ที่ประเทศเคนยาก็เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้น แต่ความรุนแรงนั้นมากกว่า ค่าที่ว่าไฟดับที่เคนยานั้น เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ และเป็นเวลายาวนานหลายชั่วโมง กว่าหน่วยงานที่ดูแลด้านไฟฟ้าของเคนยาจะดำเนินการนำไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ยูกันดา มาเข้าสู่ระบบจ่ายไฟและทำให้เคนยากลับมามีไฟฟ้าใช้อีกครั้ง

หลังเหตุการณ์ไฟดับเป็นวงกว้างใน 14 จังหวัดภาคใต้ของไทยผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ ที่ประเทศเคนยาก็เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้น แต่ความรุนแรงนั้นมากกว่า ค่าที่ว่าไฟดับที่เคนยานั้น เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ และเป็นเวลายาวนานหลายชั่วโมง กว่าหน่วยงานที่ดูแลด้านไฟฟ้าของเคนยาจะดำเนินการนำไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ยูกันดา มาเข้าสู่ระบบจ่ายไฟและทำให้เคนยากลับมามีไฟฟ้าใช้อีกครั้ง

สาเหตุของไฟฟ้าดับที่เคนยา ก็มีความคล้ายคลึงกันกับเหตุการณ์ที่ประเทศไทย นั่นคือ ระบบสายส่งไฟฟ้าเกิดการขัดข้อง ส่งผลให้เกิดการ “Trippep” ของระบบส่งไฟฟ้า อันเป็นผลให้เกิด Power Outage ในที่สุด

ในกรณีของประเทศไทย ปัญหาไฟฟ้าดับในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เกิดเนื่องจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเชื่อมโยงจากภาคกลางไปสู่ภาคใต้ ช่วงจอมบึงบางสะพาน 2 เกิดขัดข้อง ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าจากภาคกลางสู่ภาคใต้ได้

เนื่องจากภาคใต้ยังผลิตไฟฟ้าได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ กฟผ.จึงต้องส่งไฟจากภาคกลางลงไปสนับสนุน โดยสายส่งที่จ่ายไฟฟ้าไปยังภาคใต้มี 4 เส้น คือ สายส่ง 500 KV จำนวน 2 เส้น และสายส่ง 230 KV จำนวน 2 เส้น โดยในช่วงเช้าเวลา 08.00 น. ของวันเกิดเหตุ กฟผ.ได้ปลดสายส่ง 500 KV จำนวน 1 เส้น เพื่อทำการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม ในเวลา 17.26 น. สายส่ง 500 KV เส้นที่ 2 เกิดการชำรุด คาดว่าเกิดเนื่องจากฟ้าผ่า ทำให้ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าลงภาคใต้ได้ จึงจำเป็นต้องจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่งเส้น 230 KV ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า

เหตุจำเป็นดังกล่าว ทำให้สายส่งจ่ายไฟฟ้าเกินกำลัง ส่งผลให้สายส่ง Tripped หยุดดำเนินการ ทำให้ภาคใต้แยกจากระบบหลัก ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ ณ วันที่ 21 พ.ค. 2556 มีสูงถึง 2,200 เมกะวัตต์ ในขณะที่มีโรงไฟฟ้าภาคใต้เดินเครื่องอยู่ 1,600 เมกะวัตต์ ทำให้โรงไฟฟ้าในภาคใต้ อาทิ โรงไฟฟ้าขนอม โรงไฟฟ้าจะนะ และโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา เกิดการ Tripped จากระบบเนื่องจากสภาพความถี่ไฟฟ้าลดลงต่ำกว่ามาตรฐาน 50 Hz (เฮิรตซ์) หรือ Under Frequency ซึ่งมีสาเหตุเนื่องมาจากการผลิตกำลังไฟฟ้าไม่เพียงพอกับโหลด ดังนั้น โรงไฟฟ้าทั้งหมดจึงถูกปลดออกจากระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าเอง ก่อน กฟผ.จะแก้ไขระบบ และซื้อไฟจากมาเลเซียมาช่วย ทำให้สามารถจ่ายไฟให้ประชาชนได้ทั้งหมดหลังใช้เวลากู้ราว 6 ชม.

จากการชี้แจงของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวว่า การที่ระบบอัตโนมัติสั่งให้โรงไฟฟ้าทั้งหมดต้องหยุดเดินเครื่องในภาวะเช่นนั้น เพื่อความปลอดภัยของระบบ มิเช่นนั้น หม้อแปลงไฟฟ้าจะระเบิดได้ โดยกระบวนการทำงานดังกล่าว ถือเป็นการป้องกันของ

กฟผ. ได้เร่งแก้ไขสถานการณ์ ด้วยการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าทุกโรงในภาคใต้อย่างเต็มกำลังการผลิต รวมทั้งยังเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันดีเซลที่ จ.สุราษฎร์ธานี และทางมาเลเซียได้ส่งไฟมาช่วยอีก 200 เมกะวัตต์ ทำให้สามารถเมื่อเวลา 23.00 น.

“กฟผ. ขออภัยประชาชนต่อเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น และได้สั่งการให้มีการตรวจสอบสายส่งไฟฟ้าภาคใต้ทั้งหมด เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก”

ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ความต้องการไฟฟ้าในภาคใต้เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 6 ต่อปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดชายฝั่งอันดามัน ขณะที่ระบบผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ต้องพึ่งการส่งกระแสไฟฟ้าจากภาคกลางบางส่วน แต่ระบบส่งที่ส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้มีลักษณะเป็นคอขวดตามภูมิประเทศในช่วงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้มีความเสี่ยงต่อระบบส่งไฟฟ้าค่อนข้างสูง ดังนั้น กฟผ. จึงมีแนวทางในการพัฒนาโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ และขยายระบบส่งเพิ่มขึ้น ได้แก่ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะนะแห่งที่ 2 ที่กำลังก่อสร้างและจะจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบในปี 2557 และขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมโครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินนำเข้า รวมทั้งการปรับปรุงระบบส่งให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นหลักประกันและลดความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าให้แก่ภาคใต้ในระยะยาว

2.2.1 การป้องกันระบบไฟฟ้าโดยทั่วไป

พลังงานไฟฟ้ากลายเป็นปัจจัยส าคัญอย่างหนึ่งของการด าเนินชีวิตและการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่าง

ยิ่งทางด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม เมื่อความต้องการพลังงานไฟฟ้าขยายตัวมากยิ่งขึ้น ในขณะที่เกิดความผิดปกติใน

ระบบไฟฟ้า เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อระบบการผลิตอุตสาหกรรมและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ

ทั้งนี้ ความผิดปกติของระบบไฟฟ้า อาจเกิดขึ้นได้ในลักษณะต่างๆ เช่น การลัดวงจรระหว่างเฟสต่อเฟส หรือเฟสกับดิน มีสาเหตุเนื่องมาจากการเสื่อมของฉนวนไฟฟ้า การเกิดภาวะแรงดันสูง (Over Voltage) มีสาเหตุเนื่องมาจากอุปกรณ์ควบคุมแรงดันไฟฟ้าไม่ปกติ อาจเกิดจากฟ้าผ่า หรือสวิตชิ่งเสิร์จ (Switching Surge) การเกิดความถี่ต่ำ (Under Frequency) จากการผลิตกำลังไฟฟ้าไม่เพียงพอกับโหลด ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาไฟดับในภาคใต้ของไทย นอกจากนั้น ยังอาจเกิดจากการเกิดโหลดเกิน (Over Load) มีสาเหตุเนื่องมาจากการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเกินกำลัง เป็นต้น

หากมองในกรณีการป้องกันความเสียหายแก่ระบบไฟฟ้า ถือว่าการที่โรงไฟฟ้าหยุดผลิตและจ่ายไฟเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เพราะสามารถตัดระบบไฟฟ้าออกจากวงจรอย่างรวดเร็ว แต่จะดีกว่ามาก หากระบบป้องกันไฟฟ้าไม่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อระบบการส่งและจ่ายไฟฟ้าจนเกิดผลไฟดับเป็นวงกว้างและนาน ซึ่งกระทรวงพลังงาน กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งวางแผนป้องกันการเกิดเหตุซ้ำอย่างเร็วที่สุด

ป้องกันไฟฟ้าที่ดี

นอกจากนี้คุณสมบัติที่ดีของระบบป้องกันคือ

มีความเชื่อถือได้ดี(Reliability)

ท างานโดยถูกต้อง (Dependability)

ท างานโดยรวดเร็ว (High speed)

ค่าบ ารุงรักษาต่ า

อายุการใช้งานของระบบป้องกันทนทาน

มีราคาพอสมควร

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร