
ฟื้นบัตรเดบิตป้องโจรกรรม
แบงก์กรุงเทพสั่งลุยขยายตลาด2ล้านใบมั่นใจรูดสบายแฮ็กเกอร์ฉกข้อมูลไปไม่ได้
แบงก์กรุงเทพสั่งลุยขยายตลาด2ล้านใบมั่นใจรูดสบายแฮ็กเกอร์ฉกข้อมูลไปไม่ได้
“บัวหลวง” ลุยกระตุ้นลูกค้าใช้บัตรเดบิตชิปการ์ดทะลุ 2 ล้านใบ เน้นความสะดวกปลอดภัย เจาะชาวกรุง
นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารต้องการจะเพิ่มสัดส่วนลูกค้าที่ใช้บัตรเดบิต บีเฟิสต์ สมาร์ท หรือบัตรเดบิตที่ใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยด้วยไมโครชิป EMV ซึ่งสามารถป้องกันการคัดลอกข้อมูลจากแถบแม่เหล็กบนบัตรและโจรกรรมรหัส PIN (สกิมมิ่ง) ของกลุ่มมิจฉาชีพให้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2ล้านใบ เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็ม
“ในช่วงที่ผ่านมามีข่าวกลุ่มมิจฉาชีพสกิมข้อมูลจากบัตรของลูกค้าธนาคารต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลแต่ปัจจุบันเราถือเป็นธนาคารเดียวที่ใช้ชิปการ์ดซึ่งป้องกันเรื่องนี้ได้ จึงต้องการชูจุดแข็งด้านความปลอดภัยให้ลูกค้าใช้เราเป็นธนาคารหลัก” นายทวีลาภ กล่าว
นายทวีลาภ กล่าวว่า ขณะเดียวกันธนาคารมีแผนจะเปลี่ยนบัตรเดบิตทั้งหมดกว่า 14 ล้านใบ ในปัจจุบันให้เป็นระบบชิปการ์ดทั้งหมดในอนาคต
อย่างไรก็ตาม นายทวีลาภ ยอมรับว่า จากข้อจำกัดที่ลูกค้าผู้ถือบัตรเดบิตจะต้องทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพเท่านั้น ทำให้เทคโนโลยีนี้ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก ซึ่งขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างเร่งติดตั้งและปรับปรุงจุดการวางตู้เอทีเอ็มให้ครอบคลุมและง่ายต่อการเข้าถึงของลูกค้า เพื่อปิดจุดอ่อนดังกล่าว
นอกจากนี้ ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารยังได้ร่วมกับพันธมิตรอย่างเครือบีทีเอส กรุ๊ป เปิดตัวบัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท แรบบิท ซึ่งเป็นการรวมบัตรเดบิตและบัตรรถไฟฟ้าบีทีเอสเข้าด้วยกัน เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าคนเมืองที่มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบและไม่ต้องการพกพาบัตรหลายใบ โดยปัจจุบันลูกค้ามียอดการใช้บัตรดังกล่าวแล้วกว่า 3 แสนใบ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 1 แสนใบ ภายในสิ้นปี
นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าผู้ถือบัตรเดบิตของธนาคารมีการรูดซื้อสินค้าผ่านบัตรเพียงแค่ 6% จากฐานบัตรเดบิตทั้งหมด 14 ล้านใบ ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหลังจากกฎหมายระบบเครือข่ายการชำระเงินภายในประเทศมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ย.นี้ จะช่วยให้การใช้จ่ายผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้ธนาคารกสิกรไทยได้จัดทำบัตรเดบิตประจำจังหวัด โดยจำกัดเพียง 2 แสนบัตร บัตร KMy Debit Card ที่ผู้ถือบัตรสามารถนำไปชำระค่าใช้จ่ายหรือเบิกถอนเงินสดได้ทั่วโลก คิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า 250 บาท รายปี 250 บาท บัตรKMax Debit Card ที่คุ้มครองอุบัติเหตุวงเงินสูงสุด 2 แสนบาท เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 5,000 บาทต่อครั้ง ค่าแรกเข้า 250 บาท รายปี 550 บาท
เป็นที่น่าสังเกตว่า บัตรเดบิตจะคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้าเฉลี่ย 100400 บาท ค่ารายปี 200500 บาท แต่ถ้าเป็นบัตรเดบิตที่พ่วงประกันอุบัติเหตุด้วย จะมีค่าธรรมเนียม 3001,000 บาท ขณะที่เอทีเอ็มคิดแค่ 100 บาท







