posttoday

เปิดแผน"ตัน"ลุยอสังหาฯเจาะที่ไข่แดงซื้อสูบ-ขายสูงสุด

28 พฤษภาคม 2556

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

หลังจากปี 2540 ที่ ตัน ภาสกรนที เคยล้มพร้อมกับหนี้นับ 100 ล้านบาท ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ จ.ชลบุรี มาถึงวันนี้ตันพร้อมที่จะกลับมาลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง ด้วยการกว้านซื้อที่ดินทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เป็นทำเลทองในอนาคตไว้หลายแห่ง

หากจะนับเฉพาะที่ดินผืนใหม่ที่ตันกว้านซื้อไว้ในช่วง 1-2 ปีนี้ ประกอบไปด้วยที่ดินผืนงามริมทะเลที่ศรีราชา 2 แปลง รวม 17 ไร่ ราคา 900 ล้านบาท ที่ดินชะอำ 34 ไร่ มูลค่า 500 ล้านบาท และที่ 20 ไร่ ในเมืองหัวหินมูลค่า 500 กว่าล้านบาทเช่นกัน

ตัน เปิดใจว่า การกล้าที่จะกลับมาทำธุรกิจอสังหาฯ อีกครั้งแม้จะเคยเจ็บหนักมาแล้ว เป็นเพราะสั่งสมประสบการณ์มานาน มีความเข้าใจทำเลที่ดี

ทั้งนี้ เห็นได้จากแนวคิดในการเลือกซื้อที่ดินที่ว่า “ผมซื้อแต่ที่ไข่แดงอย่างเดียว เพราะเราเข้าใจเรื่องทำเลและโชคดีที่มักซื้อก่อนราคาขึ้นไม่นาน เรียกว่าเป็นคนที่ซื้อที่แพงกว่าคนอื่นทุกที่ทุกจังหวัด แต่ขายได้ทำลายสถิติสูงสุดเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น เพลินจิตซื้อตารางเมตร (ตร.ม.) ละ 5.9 แสนบาท ขายไป 1.2 ล้านบาท”

แต่โครงการอสังหาฯ ที่จะเห็นเป็นโครงการแรกในสิ้นปีนี้คือ โครงการธิงค์ พาร์ค (Think Park) ขนาด 45 ไร่ บนถนนนิมมานเหมินทร์ โดยจะพัฒนาเป็นโรงแรมรูปแบบบัดเจ็ตโฮเทลขนาด 90 ห้อง และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ หรือคอนโดเทลอีก 40 ห้อง ขนาดห้อง 30-120 ตร.ม. ราคาขาย 1 แสนบาทต่อ ตร.ม.ขึ้นไป ใช้งบประมาณลงทุน 500 ล้านบาท โดยว่าจ้างบริษัท ฤทธา เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง

ที่น่าสนใจคือไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม โรงแรม หรือคอมมูนิตี้ มอลล์ ที่ตันขยายขาธุรกิจไปลงทุน ล้วนแต่มองไปที่การว่าจ้างให้ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆ เข้ามาบริการ เพราะเขาคิดว่าจะบริหารเฉพาะธุรกิจที่ชำนาญนั่นคือ ธุรกิจเครื่องดื่มที่จะยังเป็นธุรกิจหลักของอิชิตัน กรุ๊ป

เช่นเดียวกับโครงการที่ศรีราชา ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมานี้เอง ด้วยศักยภาพของทำเลที่ติดทะเลและมองว่ากลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานภาคตะวันออก โดยเฉพาะแหลมฉบัง จึงจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม โรงแรม สูง 45 ชั้น และคอมมูนิตี้ มอลล์ และทุกอย่างจะจ้างบริหารเช่นกัน

“โครงการที่ศรีราชา อยากใช้ชื่อว่า ‘ช็อกโกแลตโตะ’ เพราะแปลว่าอยู่แล้วมีความสุข และมุ่งกลุ่มเป้าหมายนักธุรกิจและคนญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในบริเวณนั้น อยากทำขายคนญี่ปุ่น เพราะผมชอบคนญี่ปุ่น”

สำหรับที่ดินผืนงามที่ศรีราชากับสนนราคาตารางเมตรละ 1.9 แสนบาท หรือที่ชะอำที่ซื้อมาราคาไร่ละ 15 ล้านบาท ในมุมมองคนทั่วไปอาจมองว่าสูงเกินไป แต่สำหรับเขาแล้วมองว่าราคาสูงอาจไม่ใช่ราคาแพง เพราะเป็นทำเลที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาหรือขายในราคาที่สูงกว่าได้ โดยเฉพาะการต้องดูว่าที่นั้นอยู่ติดกับใคร อย่างเช่น ที่ดินชะอำ ซื้อเพราะติดกับโครงการเวเนเซีย ที่ลงทุนระดับพันล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีที่ดินในเมืองกรุงที่ซื้อไว้นานแล้ว เพื่อรอจังหวะพัฒนา เช่น ที่ดินบริเวณสุขุมวิท 40 ประมาณ 3 ไร่ ซึ่งติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทองหล่อติดกับโครงการของแสนสิริ และผ่านการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอแล้ว ซึ่งเดิมจะพัฒนาตั้งแต่ปี 2554 แต่เจอกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ จึงเลื่อนออกไปก่อน คาดว่าจะเริ่มอีกครั้งในปีนี้หรือปีหน้า

“นอกจากมองทำเลให้เป็นแล้ว ยังต้องมีโชคด้วย อย่างโครงการที่สุขุมวิท 40 โชคดีที่เลื่อนออกไป เพราะปัจจุบันราคาเพิ่มตารางวาละ 1 ล้านบาท เป็น 1.5 ล้านบาทต่อตารางวาแล้ว”

ขณะเดียวกัน อีกที่ดินผืนงามอย่างที่อารีนา ทองหล่อ 10 ขนาดรวม 14-15 ไร่ ที่ปัจจุบันเปิดเป็นร้านอาหารในเครืออิชิตัน สนามฟุตบอลอารีน่า 10 ปัจจุบันราคา 2 แสนบาทต่อ ตร.ม. มีแนวคิดที่จะลงทุนพัฒนาทั้ง คอนโดมิเนียม โรงแรม และบาซาร์ ซึ่งต้องใช้เงินถึง 4,000-5,000 ล้านบาท

การใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อที่ดิน สำหรับตันบอกว่า เวลาจะซื้อคิดไม่นานแค่ 5 นาที ก็ตัดสินใจเลยถ้าชอบ แต่เวลาขายจะคิดนานเพราะใช้เงินสดซื้อ จึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขาย

“ที่สำคัญคือ เชื่อว่าควรเอาเงินไปลงทุนมากกว่าหวังดอกเบี้ย ผมไม่ชอบฝากเงิน แต่เลือกลงทุนที่ดิน เพราะฝากเงินดอกเบี้ยอย่างมาก 3% แต่ถ้าซื้อที่เก็บ 5 ปี ราคาขึ้น 3 เท่าตัว”

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับที่มาพร้อมความมั่นใจกับการหวนลุยตลาดอสังหาฯ อีกครั้งของ “ตัน ภาสกรนที”

ข่าวล่าสุด

'เอกนัฏ'เผชิญศึกหนัก ราคาพลังงานพุ่ง เร่งรื้อโครงสร้างต้นทุน ช่วยประชาชน